สั้น

posted on 07 Jul 2009 00:59 by kuza

 

 

 

สั้น

 

เธอเชื่อไหม
ฉัน
ยังคงคิดถึงเธอ




เช็ดรอยน้ำตาได้แล้ว
อย่าร้องไห้
ฉันจะไม่ทิ้งเธออีก




หลับให้สนิท
ให้ความฝันโอบอ้อมกอดของเรา
แล้วฉันจะอยู่กับเธอ...นิรันดร์

 

                     

                                ...บนกระดาษซับหยดน้ำตา...

                                           Gothic Dan.

 

 

 

"ปีกฝันอันเสรี [ก้าวสู่วิถีหนุ่มพเนจร]"

 

"ค่ำลงแล้ว ผู้คนบ้านนา

อยู่ตามประสา กลับจากนากินข้าว

ทุกบ้านเรือน แสงตะเกียงพราว

ไอ้เผือกตาวาว ด้วยแสงไฟไล่ยุง...."

 

เครื่องเล่น Mp3 ของผมกำลังทำงาน

เพลง ‘ฝนแรก' กำลังบรรเลงท่วงทำนอง

หากวันนี้จริงๆฝนไม่ตก

 

พลัน, แว่วเสียงหัวใจตัวเอง

น่าแปลก! ที่ผมได้ยินมัน

ทั้งๆที่รอบข้างเต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน

 

สนามรบทางการเรียนยุติลง

ชั่วครู่ชั่วคราว - และจะเริ่มต้นขึ้นใหม่

แต่ตอนนี้ ผมขอพักก่อน

 

อาจจะเหนื่อย - บางทีผมอาจอ่อนแอต่อโลกใบนี้เกินไป

อาจจะเบื่อหน่าย - เพียงผม, มีเพียงผมคนเดียว

บ้านทั้งหลัง มนุษย์ตัวเล็กอาศัยมุมของความเหงาเป็นที่หลบซ่อนตัว

 

แต่ผมควรทำอะไรบางอย่าง

หากไม่มากเกินไป

ตอนนี้ผมอยากบินหนีกาลเวลา, สังคม และพันธะ!!

 

ผมต้องการความเป็นอิสระ

เข้าใจผมบ้างเถอะ

ผมต้องการอิสระ.......

 

ผมจะไม่ปล่อยให้ความต้องการครั้งนี้เป็นพียงความฝัน

เหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา

ที่มันผ่านไปเพียงฝัน

 

เพลง ฝนแรก จบลง

ฝนก็ยังไม่ตก

เพลงถัดไป, เริ่มบรรเลงต่อ

 

"บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์

หนุ่มพเนจรท่องไปตามฝัน

ฝันของเจ้าดูเลิศล้ำลาวัณย์

ฝันเจ้าฝัน ว่าโลกพิสุทธิ์ เมลืองมลัง..."

 

น่าแปลกอีกครั้ง...

เมื่อระหว่างหมอกฝัน

ผมยืนอยู่ ณ ริมถนนสายหนึ่ง

 

ผมออกจากบ้านของผมได้อย่างไร

และที่ซุกหัวนอนผมอยู่ไหน

ผมไม่รู้

 

ผมไม่รู้จักถนนสายนี้

ไม่รู้ทิศทางข้างหน้า

แต่ทว่าผมกลับรู้สึกคุ้นเคย

 

(ถ้านี่คือความจริง

สิ่งที่ผมควรจะทำ

ก็ต้องเริ่มต้นจากที่นี่, ถูกไหม?)

 

ผมว่า, อากาศภายนอกนั้นดีกว่าอากาศในซอกมืดที่บ้านผมหลายเท่า

ที่นี่ ผมรับรู้ถึงลมหายใจของผู้ที่ผ่านมาก่อน

และลมหายใจของตัวเอง, ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก

 

รองเท้าแตะ(หนังแท้อย่างดี) มันทำหน้าที่ได้อย่างเยี่ยมยอด

เมื่อผมก้าวเท้าเดิน, ดอกไม้บานต้อนรับ

เมื่อผมยิ้ม, โปรยความหวังก็ผลิช่อชูใบ

 

ผมรู้สึก "ดี" ต่อโลกกว้างใบนี้

มากขึ้น

มากขึ้นกว่าเดิม.....

 

..........................................

..........................................

..........................................

 

"...ไม่ใช่ผมเพียงคนเดียวที่จะต้องใช้ชีวิตตามลำพัง..."

โลกใบนี้ให้คำตอบผม

"ทั้งนั้น, ที่จะต้องอยู่ด้วยตัวเอง"

 

โลกใบนี้สอนผม

"จงรู้จักที่จะอยู่ตามลำพัง แหละเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างนั้นให้ได้

เพราะทางข้างหน้าต่อไป เราต้องพเนจรตามวิถีของเราอยู่เพียงคนเดียว...."

 

โลกสอนผม - ผมเข้าใจ

ตอนนี้ผมก็อยู่คนเดียว

และไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว

 

สำหรับผม

การพเนจร คือ

การเดินทางตามวิถีฝัน

 

ผมจึงพเนจรต่อไปเรื่อยๆ

เส้นทางทอดไกล

เกินกว่าสายตาผมจะมองเห็นปลายทาง

 

แต่ผมไม่เคยพรั่นต่อเส้นทาง

จะไกลเพียงไหน, ผมก็จะเดิน

เพราะผมรู้ดีว่า...จุดหมายยังอยู่ข้างหน้า

 

มีโอกาสเป็นหนึ่ง สำหรับปลายทางข้างหน้า

ผมคิดเสมอ

แค่เพียงผมยังพเนจรต่อไป

 

"บิน บิน บิน บินไป

บินไป บินไป เหมือนใจหนี

เสียงดนตรีบรรเลงเหมือนใจดิ้น

แม้จะเจ็บปวดช้ำน้ำตาริน

ปีกยังบิน ตายังจ้องมองทาง..."

 

หากเปรียบตัวผมเป็นนกน้อยตัวหนึ่ง

ผมก็คงจะต้องเป็นนกที่ทะเยอทะยานทีเดียว

บินผ่านฟากฟ้าอันแสนไกล แม้ไม่เห็นจุดหมาย

 

"จะเหน็บหนาวร้าวรวดปวดใจกาย

ก็ยอมตายเพื่อฝันอันสูงศักดิ์

พลีชีวิต, เลือดเนื้อ - เผื่อปันรัก

โลกประจักษ์ฝันนั้นนิรันดร"

 

เชื่อไหม - ยังมีเรื่องราวดีๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้

ทุกๆวินาที, ช่างน่าจดจำ

แหละผมเองคงบรรยายได้ไม่หมด

 

ขอเพียงคุณ - ผู้ร่วมลมหายใจเดียวกันกับผม

เปิดโอกาสให้ตัวเองลองพเนจรตามเส้นทางฝันของคุณดูบ้าง

ก็จะดีไม่น้อย - ในวงสนทนา คุณจะมีเรื่องราวหลากร้อยพันที่จะสรรหามาเล่า

 

เชื่อผมสิ, มันไม่เหนื่อยไปกว่าที่คิดไว้หรอก

ไม่ยากด้วย - ก็แค่ก้าวเท้าตามเส้นทางสายฝัน

ก้าวไปเรื่อยๆ....ไปเรื่อยๆ.........

 

แม้จะยังไม่พบกับจุดหมายปลายทาง

ไหนๆก็ฮึดเดินมาซะตั้งไกลแล้ว

ก็ต้องกล้า และบ้าเดินต่อไป...จริงไหม

 

จุดหมายอยู่ไม่ไกลหรอก

ถ้าชีวิตนี้ยังไม่สิ้น

ยังไงก็ต้องเจอกับมันเอง, สักวันหนึ่ง...

 

"บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์

หนุ่มพเนจรกระเป๋าเดินทาง

มุ่งไปเถิดสู่ขอบฟ้าลางลาง

โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้ายังเดิน

...

...

โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้ายังเดิน!!!"

 

...แด่ฝันของนักพเนจร...

Gothic Dan.

@Cafe' de La Moon

Sep. 15 08

 

edit @ 19 Sep 2008 22:42:17 by แดนไกล ไลบีเรีย

โด(ย)เดี่ยว

posted on 04 Sep 2008 23:07 by kuza

"โด(ย)เดี่ยว"

 

 

...ข้าพเจ้าเบื่อวันนี้...

รู้สึกเหมือนลมหายใจของแรกวันยุ่งเหยิงเสียจริง

เพียงการเข้าออกของลมหายใจ-เหนื่อย!

ข้าพเจ้าปรารถนาบางสิ่งบางอย่าง

บางอย่างที่ข้าพเจ้าจะกระทำโดยตัวคนเดียวได้

อย่างโดดเดี่ยว

 

 

 

ข้าพเจ้าหายตัวไปในร้านกาแฟ

ร้านประจำของข้าพเจ้า

ที่นี่วิเศษที่สุด.....

พนักงานที่ร้านกาแฟ

หนึ่งในนั้น-คนที่ข้าพเจ้าแอบหลงรัก!

 

 

 

หากไม่มีเงื่อนไขระหว่างวัย

ข้าพเจ้าก็คงจะบอกรักเธอไปแล้ว

แต่ข้าพเจ้าก็ยังเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดขวบ

เธอเป็นสาวน่ารัก-ยี่สิบห้าปี...

 

 

 

ข้าพเจ้าสูดลมหายใจอันแปลกใหม่

ลมหายใจที่มิใช่เป็นของข้าพเจ้า

ขาทั้งสองทำงาน,เดินตรงไปยังหน้าเคาเตอร์

เธอคนนั้นถามข้าพเจ้าเหมือนอย่างเคย

 

 

 

"น้องแดนฯ วันนี้เอาลาเต้เย็นเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ"

"ครับ อ้อ! พี่ฮะ แดนฯขอเพิ่มคาราเมลด้วยนะครับ...คาราเมลลาเต้"

<........................>

 

 

 

บทสนทนาสั้นๆ,ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับมันอย่างดี

แหละรอยยิ้มที่แสดงการตอบรับคำขอของข้าพเจ้า

บนใบหน้าเธอ,รอยยิ้มนั้นงดงามนัก....

 

 

 

(จะว่าก็ว่า,ข้าพเจ้าละมุนใจ

ในความรู้สึกละมุนละไม

ในโลกละมุน

ในร้านละมุน......)

 

 

 

ข้าพเจ้าหายตัวไปอีกครั้ง

บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่ข้าพเจ้าเคยนั่งอยู่ประจำ

ก่อนหน้านี้ไม่นานกว่าปีผ่านหรอก

ข้าพเจ้ายังจำได้

ความผูกพัน,มิตรภาพ, รอยยิ้ม, เสียงหัวเราะ

เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะอยู่กับข้าพเจ้าด้วย...

 

 

 

อย่าให้ข้าพเจ้าต้องเอ่ยถึงความรักอีกเลย

ข้าพเจ้ารู้สึกเขินอายที่จะเอ่ยถึงมัน

ด้วยความเขินอายนี่กระมัง

จึงทำให้ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะบอกรักใครเสียที

ก็มีแต่หัวใจที่อาจหาญเกินไปเท่านั้น

 

...มีหัวใจที่คั่งไปด้วยความรู้สึกรัก

แต่ทว่ากลับไม่รู้จักใช้มันให้เป็น...

 

 

 

ข้าพเจ้าปรากฏตัว

วันนี้,พร้อมกับความโด(ย)เดี่ยว

เชื่อข้าพเจ้าสักอย่าง,ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ตามลำพัง

ข้าพเจ้าก็มีเพื่อนนะ

เพื่อนของข้าพเจ้าก็คือความโด(ย)เดี่ยว

 

 

 

คนอื่นๆอาจมองว่าด้วยความโด(ย)เดี่ยว - ข้าพเจ้าคือไม่มีเพื่อน

ข้าพเจ้าจะบอกว่ามันไม่จริง

เชื่อข้าพเจ้าอีกสักอย่าง,ความโด(ย)เดี่ยวเป็นเพื่อนแสนรักของข้าพเจ้า

นับตั้งแต่ความผูกพัน, มิตรภาพ, รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ได้พเนจรไปห่างไกลข้าพเจ้า

ความโด(ย)เดี่ยวก็เข้ามาแทนที่

มันอยู่กับข้าพเจ้านานกว่านานเสียแล้ว...

 

 

 

น้ำแข็งในแก้วลาเต้กำลังละลาย

หยดน้ำจับตัวกลั่นหยดเป็นเม็ดสวยงาม เป็นริ้วลายตกแต่งรอบๆแก้ว

แหละก็ค่อยๆไหล,หยดลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ

 

 

 

อย่างที่ข้าพเจ้าไม่อาจฝืนตัวเอง

ทันใด,บทเพลงแห่งหยาดน้ำตาก็ได้บรรเลงขึ้นมาในใจของข้าพเจ้าอีกครั้ง......

 

 

 

ด้วยความโด(ย)เดี่ยวต่อความรัก

Gothic Dan.

4 ก.ย. 51

@t Café de LaMoon

 

 

 

 

 


 


edit @ 13 Sep 2008 04:25:19 by แดนไกล ไลบีเรีย

 

 

 

 

ขาทั้งสองที่กำลังย่ำอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งของเรา

 

 

 

ตอนที่ ๐.๐๐๑ ภาพประกอบ กรุณานึกเอาเองล่ะกัน

 

"ไปหาดใหญ่ เท่าไหร่ครับ"

"ร้อยนึง คันนี้เดี๋ยวออกเลย เลขที่นั่งหลังสุดเลยนะ"

"หลังสุดเหรอครับ ... คือผมเมารถน่ะครั.."

"ถ้าไม่หลังสุด ก็รอคันใหม่มาล่ะ รีบรึเปล่า"

[..............................]

[..............................]

"ก็ได้ครับ คันที่ 27 นี่นะครับ .... , ขอบคุณครับ"

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

.......

.......

"เอ้า ฉิ-บหายแล้วมั้ยล่ะ ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้วว่ะ" (คิดในใจ จุ๊ๆ อย่าอ่านดังๆนะ)

"พี่ครับ รบกวนถามหน่อยนะครับ คือว่า ตอนนี้ถึงหาดใหญ่แล้วยังครับ" (หันไปถามคนข้างๆ)

"อ่อ ถึงแล้วค่ะ" (พี่เค้าน่ารักจัง เสียดายที่ผมเป็นสุภาพบุรุษ คงไม่อาจไปสวมกอดเค้าในขณะนั้นได้)

"แล้ว... คือผมจะลงที่หน้าหาดใหญ่พลาซ่าน่ะครับ ไม่ทราบว่าใกล้ถึงรึยัง"

"เอ๋.. หาดใหญ่พลาซ่าผ่านมาตั้งนานแล้วค่ะน้อง ตอนนี้ใกล้ถึง บขส. แล้วล่ะ"

(ายห่- หลงทางซะแล้วเรา - -  อย่าว่ามันง่ายนักเลยครับ เพราะขณะนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่า บขส. นี่มันอยู่ส่วนไหนของหาดใหญ่, ไกลจากจุดหมายที่ผมจะไปรึเปล่า)

[นั่งสุกลี้ลุกลนอยู่บนรถไปสักระยะ ถึง บขส. แล้ว..... รถจอด, ขนสัมภาระ, ยืนเกาหัว ฯลฯ]

(ไอ้ครั้นจะถามทางคนอื่นก็ไม่กล้า ที่ไม่กล้าก็เพราะอาย ที่อายเพราะว่ามันไม่กล้า ก็มันอายนี่!!!)

เอาเป็นว่า ลากกระเป๋าเดินย้อนทางเดินรถดีกว่า ถ้าออกไปเจอถนนหลักได้ ก็น่าจะมีหวัง

(โทรไปบอกเพื่อนที่มันมารออยู่ที่หาดใหญ่พลาซ่า......)

"โง่เอ้ย กูว่าแล้วว่ามึงต้องหลับหลงทาง ...(คำไม่สุภาพ)...เอ๊ย"

"เออ กูขอโทษ ว่าแต่กูจะไปทางไหนดี ซอยแม่+งเป็นสิบๆซอย กูออกไปถนนใหญ่ไม่ถูก"

"แล้วกูจะรู้เหรอ กูก็ยังไม่เคยไปถึง บขส. เลยนะเว้ย มึงลองถามคนที่นั่นดิ"

"กูก็จะ...เอ่อ กูไม่กล้าถามว่ะ อายคน..."

"(คำไม่สุภาพสองถึงสามคำ)"

ตรู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

[เงียบ..สามนาที สิบสองวินาที]

"เดินต่อว่ะ ไม่ถามแม่-ให้อายคนหรอก กูน่ะหยิ่งเว่ย"

..........

.............

...............

..................

......................

..........................

[โบกมือเรียกมอ'ไซค์รับจ้างที่กำลังผ่านมาพอดี]

"พี่ครับ ถ้าไปหาดใหญ่พลาซ่าจะไปทางไหนครับ - เอ่อ คือผมไม่ได้จะไปกับรถพี่นะคับ สัมภาระมันเยอะน่ะ ผมแค่ขอถามทางหน่อยนึงน่ะครับ"

....

....

....

"ไกลนะน้อง น้องเดินไปที่ถนนใหญ่สิ เดินตามซอยนี้ไปเรื่อยแหละ แล้วไปรอรถสองแถวฝั่งนี้แหละ ไม่ต้องข้ามไปฝั่งโน้นน่ะ เดี๋ยวจะไปผิดทาง"  (พี่มอ'ไซค์ใจดีมากเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะให้ข้อมูลดีขนาดนี้)

"ขอบคุณมากครับพี่"......

[และผมก็เดินต่อไป..............

 

 

ผมห่างหายไปช่วงหนึ่งนี่ ก็คือผมขึ้นไปติวที่หาดใหญ่ครับ

วันนี้กลับถึงบ้านซะที เหนื่อยมากเลย (แต่ก็ไม่นอน)

เอาไว้จะมีตอนต่อไปมาเล่าสู่กันฟังนะครับผม

 

 

 

 

 

ทิพาวัลย์ ...

posted on 03 Apr 2008 00:18 by kuza

 

 

ทิพาวัลย์ ...

[คุณครูที่มีแต่ความหวังดีต่อศิษย์เสมอมา]

 

 

ฉันเองก็ไม่รู้....!!!!

ที่จู่จู่เธอกับฉันพลันพบหน้า

ทั้งที่เราต่างยุคสมัย,วัย,เวลา

ทั้งที่เราต่างที่มา...เราต่างกัน

 

จึงน่าบังเอิญยิ่งนัก....

ที่เราได้มารู้จัก ได้รักมั่น

บนเสี้ยวโลกซีกหนึ่งซึ่งผูกพัน

ทั้งทั้งที่โลกนี้นั้นช่างกว้างเกิน

 

อาจจะเป็นเพราะโชคชะตา....

ฟ้าทั้งฟ้า กว้างกว่ากว้าง สุดห่างเหิน

แต่...ที่สุดเราก็ต่างร่วมเผชิญ

แหละต่างร่วมทางเดิน...ร่วมเดินทาง

 

ในเส้นทางที่เราได้ยึดมั่น

เส้นทางที่เธอกับฉันร่วมสรรค์สร้าง

ก้าวละก้าว ฉับไวไม่ละวาง

ก้าวที่ก้าวเราจึงต่างถึงเส้นชัย

 

จึงรู้สึกว่าผูกพัน....

ก่อเกิดในช่วงวันอันชิดใกล้

แม้ดูเหมือนว่าวันวารที่ผ่านไป

อาจสั้นนักที่หัวใจรู้จักดี

 

ฉันเองก็ไม่รู้...

ที่จู่จู่ความรู้สึกก็ไหลปรี่

ภาพทรงจำของความคิดถึงในหนึ่งปี

ก็ยังคงหลากสี, แหละสวยงาม

 

ยังคิดถึงเธอเสมอ...

ไม่ว่าเธออยู่ที่ใด, ยังไต่ถาม

สบายดีหรือเปล่า, เราเฝ้าตาม

เหนื่อยหรือเปล่าในยามเธอท้อใจ

 

คิดถึงเธอจริงจริงนะ, ทิพาวัลย์...

และยังเสมอรักมั่นมิหวั่นไหว

ไม่ว่าเธอจะแยกทางไปห่างไกล

แต่...ตัวเธอจะเชื่อไหม, ในโชคชะตา...!!!

 

ถึงแม้ว่าตัวเธอจะต้องไป......

ไกลเกินกว่าจะส่งใจบินไปหา

แต่อยากให้เธอรับรู้อยู่ทุกครา

ว่าคิดถึงเธอหนักหนา..."ทิพาวัลย์"

................................................

ความทรงจำดีดีที่ผ่านมา

ฉันจะขอเก็บรักษา...กว่านิรันดร์!!!!

 

 

คุณครูที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่ง (และผมเชื่อว่าเพื่อนทุกๆคนในห้อง /2 ก็คงจะคิดเช่นนั้นเหมือนกัน)

กำลังจะลาออกเพื่อไปทำหน้าที่ตามเส้นทางฝันที่ดีกว่า 

ก่ิอนที่ครูจะไป ผมมีเรื่องหลายต่อหลายอย่างที่ยังไม่ได้บอกครูเลย 

ครูเป็นครูคนหนึ่งที่ดีมากๆ  และผมยังจำได้ว่า ไม่ว่านักเรียนจะมีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็ตาม คุณครูจะช่วยเหลือทุกครั้ง

แม้บางครั้งที่ครูเองต้องโดนกับปัญหาต่างๆที่เข้ามามากมาย

ครูเป็นคนที่อดทนมากๆคนหนึ่ง และเข้าใจหัวใจเด็กได้ดีเยี่ยม

คงไม่เวอร์เกินไปที่ผมจะบอกว่า รักครู ได้อย่างเต็มปาก

 

คิดถึงครูนะครับ

วันศุกร์นี้ห้องผมจะจัดเซอร์ไพรส์ อำลาคุณครู

ก่อนจะจบสิ้นการเรียน ม.6 ภาคเรียนที่ 1 ช่วงที่ 1 สักที

ผมก็คงได้พักชีวิตบ้างเหมือนกัน...

 

 

 

 

"เหนื่อยแสนเหนื่อยกับวันวัยขันแข่ง

เพื่อยื้อแย่งเส้นทางฝันของวันหน้า

พยายามมุ่งมั่นสรรตำรา

กวดวิชาเช้ายันค่ำด้วยจำใจ

 

ที่บ้านแนะ "เรื่องการเรียน" ต้องมาก่อน

"เรื่องเขียนกลอน" ค่อยทีหลังก็ยังไหว

อยู่ "มอหก" จงอดทน อดทนไว้

แล้วเส้นชัย "แพทยศาสตร์" เราอาจคว้า

 

จึงขอฝากจิตกวีที่บ่มร่ำ

ให้คนของความทรงจำช่วยรักษา

ผ่านหนึ่งปีที่สร้างฝัน...ขอสัญญา

จะกลับมาเขียนกลอนอีกครั้ง เหมือนดั่งเดิม

..............................................

...............................................

(ผ่านช่วงปีมอปลายหายเหนื่อยล้า

จะกลับมาวิ่งเล่น...เหมือนเช่นเคย)"

 

 

 

ต้องขอฝากจิตกวีไว้กับ "คนของความทรงจำ" ทุกๆคนใน exteen ช่วยกันรักษานะครับ

แล้วไม่นาน ผมจะกลับมารับคืน

 

สัญญาแล้วนะครับ   รักทุกๆคน เพราะทุกๆคนคือมิตรสหายที่ร่วมเดินทางผ่านโลกใบนี้พร้อมๆกับผม

 

 

ป.ล. ถึงแม้จะห่างหายไปนาน แต่ถ้ามีบทกวีใหม่ๆ มา ผมก็จะเอามาให้อ่านแน่นอนครับ

 

รอยยิ้ม....