Natural Selection ?

posted on 18 Jun 2013 03:19 by kuza in Poem-of-4
 
...
......
.........
 
เราแย่งกินแย่งอยู่ไม่รู้จบ
กับเพื่อนร่วมภพร่วมโลกอยู่
เราสร้างอารยธรรมค้ำชู
เฉพาะพวกกูจะบูชา
 
.........

แล้วบังเบียดเจียดเนื้อเพื่อยังชีพ
ให้ช้ำกลีบดอกไม้และใบหญ้า
เราเด็ดดึงดวงดาวฉุดเอามา
สูบเป็นแสงไฟฟ้ามหานคร
 
.........

เราคือมนุษย์สุดสูงส่ง
หลุ่มหลงการเป็นใหญ่ไม่หยุดหย่อน
สมมติเป็นหลักการอันซับซ้อน
มาอ้างสิทธิ์ริดรอนโดยชอบธรรม
 
.........

"ธรรมชาติคัดสรรเอาเราเป็นใหญ่"
เราควรภาคภูมิใจให้ดื่มด่ำ
บรรพชนมนุษยชาติฉลาดล้ำ
นำพาเราเสพสุขในยุคนี้!
 
.........
......
...
 
 
 
 
 
 
ห่างหายไปนานกับชีวิตใน Exteen (โถ่...เศร้า)
 
ก็ตั้งแต่โดน FB แย่งพื้นที่ชีวิตและเวลาส่วนใหญ่ไป
 
บ้านหลังนี้ผมก็ปล่อยให้มันรกร้างเรื่อยมา
 
วันนี้กลับมา พร้อมกับงานชิ้นใหม่ (และชิ้นเดียว)
(ที่พักหลังนี้มา แรงผลิตผลงานจะเริ่มน้อยลงเรื่อยๆตามภาระที่มากขึ้น และวัยที่ร่วงโรยลง ๕๕๕)
 
เรื่องของเรื่องคือ...
ทางคณะแพทย์ ม.อ.(สงขลานครินทร์) เนี่ย นศพ. ปี 3 จะปิดเทอมเร็วกว่ากำหนด
เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัวสอบประมวลผลความรู้ขึ้นปีิ 4 และสอบใบประกอบโรคศิลป์ขั้นที่ 1
(คือสอบ 2 ครั้งในช่วงเวลาห่างกันไม่ถึงเดือน ! อุแม่เจ้า)
ซึ่งช่วงปิดเทอมนี้เพื่อนๆเกือบทุกคนจะใช้เวลาทุ่มกับหนังสือ
(อย่างบ้าคลั่งที่สุด เหมือนแทบจะหลับนอนเสพสมกับหนังสือได้กันเลยทีเดียว)
 
 
แต่ผมเหรอ....
อ้าว ถ้าผมเหมือนๆกับคนอื่น ผมจะมานั่งอัพบล๊อก (ทำซากอะไร) ล่ะครับ ๕๕๕
พอผมรู้ว่าปิดเทอม ได้ทีเลย (เย้) จองตั๋ว เดินทาง และเที่ยวอย่างบ้าคลั่ง - -*
เดินทางไปเรื่อยเปื่อย จากหาดใหญ่ ไป กทม. สู่เชียงใหม่
จนปักหลักเรื่อยๆอยู่ในเชียงของ และพื้นที่แวดล้อมใกล้เคียง (คือเชียงแสน และเมืองห้วยทราย สปป.ลาว)
ในระยะเวลา 14 วันที่ยาวนาน ....
 
 
เรื่องหนังสือกลายเป็นประเด็นรอง
คิดว่าที่สำคัญคือ
"โลกนี้มันมีอะไรที่เราต้องเปิดตาและใจมองมันอีกเยอะแยะ"
 
 
ส่วนที่จะสอบนั้น
หลังจากวันนี้ผมคงตั้งใจเต็มที่กับมัน ทำมันให้ดีที่สุดแล้วกัน
ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร
....
....
ตอนนั้นคงไม่สำคัญเท่าวันนี้ที่ผมจะเริ่มตั้งใจกับมันแล้วล่ะ ^___^
 
 
 
 
 
 
"จากหาดใหญ่ ไปเชียงของ"
 
 
โลกนี้มีไว้ให้ชื่นชม
ควรหรือตัวจะมัวตรมแต่ในห้อง
ปิดประตูตาและใจจนไม่มอง
เห็นขลิบทองของท้องฟ้าเพลาเช้า
 
 
เคยสัมผัสบ้างไหม, พรมใบหญ้า
ที่นุ่มหนารองรับกับเท้าเปล่า
เมื่อเหยียบย่างลงบางใบ, ใช่ - บางเบา
ก็เหมือนเราลงย่ำคลื่นน้ำนวล
 
 
หรือเคยชื่นตื่นตาบุปผาพฤกษ์
ในป่าลึกแวดล้อมพรรณหอมหวล
คล้ายหยอกเย้าเหล่าแมลงแกล้งเชื้อชวน
ให้มาหลงเล่ห์ล้วนกลิ่นมวลไม้
 
 
เคยไหมเล่า เจ้าล่องทะเลคลื่น
สบสายตาเต็มตื่นผืนน้ำใส
เสกกองทรายขาวอะเคื้อเป็นเรือใบ
แล้วลอยลำล่องไกลสุดปลายฟ้า
 

เคยไหมเล่า เจ้าหัดเหินเผชิญโชค
พเนจรบินโบกโลกเบื้องหน้า
ซึ่งสิ่งใหม่เจ้าจะเห็นเป็นบุญตา
ซึ่งบางใครผ่านไปมา - คือมิ่งมิตร
 

เคยปีนป่ายไหมเล่า ภูเขาเขียว
ที่สูงเพรียวพ่างสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์
ยลเบื้องล่างกว้างใหญ่กว่าใจคิด
และมองเห็นว่าชีวิตช่างนิดเดียว
 

ออกจากกรงแคบคับมารับรู้
อย่ามัวแต่อุดอู้ในรูเปลี่ยว
ทิ้งไปเถิดความเหงา, เศร้า, ซีดเซียว
แล้วร่อนเร่เห่เที่ยวไปตามใจ
 

เพราะโลกนี้มีไว้ให้ชื่นชม 
เถิด, สั่งสมล้านเรื่องเก่าแล้วเล่าใหม่
จาก “ภายนอก” โลกอิสระผจญภัย
เป็นทรงจำล้ำค่าให้ “ภายใน” เรา.
 
 
(28 มกราคม 2555)
 


(ภาพ: จากห้องพัก ท่าผาถ่าน ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงของ)
 
 
 

edit @ 30 Jan 2012 18:24:55 by แดนไกลฯ [Gothic Dan.]

edit @ 30 Jan 2012 20:14:00 by แดนไกลฯ [Gothic Dan.]

 
 
 
 
"หนึ่งในความจำที่จำไม่ได้"
 

เพื่อนรัก, เราเศร้า -
กลับไปมองดูวันเก่าเก่าแล้วหวนไห้
สามปีผ่านเท่านั้น เมื่อฝันไป
ตื่นอีกที เราเป็นใคร เราไม่รู้
 
เปิดดูบันทึกเก่า เราเคยเขียน
มากผู้คนที่วนเวียนรู้จักอยู่
พอวันนี้เราเพ่งตัวเองดู
ก็จู่จู่ เหมือนแปลกหน้าแปลกตากัน
 
เธอว่าเรา ควรเศร้าไหม
ร่ำอาลัยนิ่งนับกับโลกฝัน
เมื่อวันนี้เราดิ้นรนค้นหามัน
ยิ่งไม่ทัน "ความรู้สึกเบื้องลึกเรา" !.

 
 
ร่าง ๐๓ ๑๐ ๕๔, ๑๓.๕๕ น. ณ http://www.facebook.com/ploypupee/posts/270801569609749
เกลา ๑๘ ๑๐ ๕๔, ๐๐.๒๒ น. ณ http://kuza.exteen.com

 

 

“พลอย” จะยังงดงามด้วยความดี

 

หนึ่งกำเนิด น้อยน้อย “พลอย” เม็ดนั้น

ผลึกกลั่น กรองสาร เป็นเกล็ดสวย

มีแผ่นดิน มีถิ่นฟ้า มาเอื้ออวย

ให้เม็ดพลอย เด่นด้วย ความดีงาม

 

ผ่านมือช่าง เจียระไน ด้วยใจรัก

แกะสลัก ทุกร่องเหลี่ยม เอี่ยมอร่าม

เพื่อให้คง ความอะเคื้อ ทุกเนื้อนาม

เพื่อวับวาม หนึ่งในร้อย พลอยน้ำดี

 

จนควรค่า เลิศล้ำ จำรัสฉาย

เปล่งประกาย ระยิบระยับ จับรังสี

คือสูงส่ง เลือกสรร อัญมณี

หาใดเปรียบ, ไม่อาจมี เป็นที่รอง


 

แต่ความแกร่ง ก็แตกกร่อน ตะกอนเก่า

โศกนาฏกรรม กระหน่ำเจ้า จนเศร้าหมอง

เพียงพริบตา พร่าเหม่อ ก็เอ่อนอง

ท่วมน้ำตา เสียงร่ำร้อง ก็ก้องดัง

 

เห็นไหม, เราเห็นไหม

พลอยเม็ดใส แหลกร้าว ไร้วาวหวัง

เคยงดงามมานานอยู่ ก็ผุพัง

ด้วยน้ำมือ แห่งความคลั่ง ใครบางคน

 

เช่นกัน, ผองเพื่อนรัก

ใจแน่นหนัก ที่เคยมี ก็ปี้ป่น

เมื่อรู้ข่าว เศร้าสะท้าน เหมือนดาลดล

ให้ดวงใจ ไหม้หม่น จนหมองมัว

 

เราต่างอาลัย มิใช่น้อย

ซ่อนสายตา ล้าละห้อย กันถ้วนทั่ว

เหมือนไม่อาจ รับมือ หรือตั้งตัว

ก็ปวดแปลบ ไปสุดขั้ว ของหัวใจ

 

และรู้ดี, การเสียเจ้า นั้นเศร้าโศก

ยิ่งกว่าโลก สิ้นแสง สุรีย์ใส

ถามน้ำตา ว่าหลั่งหลาก มากเพียงใด

ก็ตอบได้ ถึงท่วมฟ้า ดารา จันทร์


 

เพราะรักเธอ, "ตวงพลอย", เพราะรักเจ้า

จึงผองเรา สัญญาต่อ ขอสานฝัน

จักเดินหน้า ทำหน้าที่ แห่งชีวัน

ด้วยมุ่งมั่น ด้วยมุ่งมั่น “ฝันแห่งเรา”


เป็นพันธะ ตระหนักไว้ ในดวงจิต

จะมิยอม ให้ชีวิต ต้องสูญเปล่า

ทำทุกสิ่ง ด้วยใจรัก แม้นหนักเบา

แทนตัวเจ้า, แทนความหวังทั้งชีวี


 

ขอเจ้าจง สว่างใส ในสรวงสวรรค์

อยู่บนนั้น จงปลอดทุกข์ เปี่ยมสุขี

“พลอย” จะยังงดงามด้วยความดี

เป็นศักดิ์ศรี ก้องนามไว้ ในใจเรา!

  

(“พลอย” จะยังงดงามเสมอ เธอคนดี

เราจะรัก เธอคนนี้ ….รักเธอคนนี้, ตลอดไป)

 

 

 

โดย นศพ.เกริกสิน แสงเจริญกุล

ย่ำค่ำ ๑๙ กรกฎ ๒๕๕๔

บทอาลัยแด่เพื่อนร่วมชั้นปีที่จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับมา ...ขอให้ตวงพลอยหลับฝันดีนะครับ


edit @ 20 Jul 2011 15:56:53 by แดนไกลฯ [Gothic Dan.]

ฟินิกซ์ตัวใหม่

posted on 11 May 2011 18:07 by kuza
 
ข้าพเจ้า หลับใหลมายาวนาน
ใต้ผืนผ้าที่คลุมร่างอันอ่อนเปลี้ย โรยแรง
ลมหายใจนั้นเบาบางยิ่งกว่าการกระทบกันของปุยเมฆ
เสียงนั้นก็ยิ่งแผ่วเบากว่าความเงียบ
 
เมื่อครั้งก่อน ข้าพเจ้ามอดหรี่
ไฟในตัวข้าพเจ้าดับลง
กลายเป็นเถ้าถ่าน
และปลิวไป
กับสายลม
 
สัมผัสลึกๆในใจข้าพเจ้า -
โหยหาการมีชีวิตใหม่
ข้าพเจ้าเร่ร่อนในโลกที่ไม่มีจริง
และไม่มีร่างกายให้วิญญาณข้าพเจ้าสถิตอยู่
 
ข้าพเจ้าปรารถนากลิ่นดอกไม้
ทว่า, ไม่อาจสูดดมได้อย่างต้องการ
ข้าพเจ้าปรารถนาความงามแห่งเรือนกาย
ทว่า, ไม่อาจมองเห็นหรือจับต้องได้ด้วยตนเอง
 
ข้าพเจ้าบินขึ้นเหนือขอบฟ้าของโลกสมมติใบนั้น
มองลงมายังเบื้องล่าง
ข้าพเจ้าเห็นร่างตัวเอง
โดนกัดกินและผุพัง
 
น้ำตาอันบริสุทธิ์
ไหลรินออกมาจากดวงใจข้าพเจ้า
กรองและกลั่นเป็นหยดฝน
ชะล้างกายหยาบนั้นรวมเป็นหนึ่งกับดินโคลน
กับแผ่นดินโลก  กับพระผู้เป็นเจ้า
 
 
 
...
...
...
...
 
 
นกฟินิกซ์, เผาตัวเองในกองเพลิงแดงคั่ง
หลอมเถ้าตะกอน 
สยายปีกออกขึ้นจากความตาย
เกิดใหม่ อีกร้อยครั้งพันครั้ง
 
แต่ฟินิกซ์ตัวใหม่ ไม่ใช่ฟินิกซ์ตัวเดิม
เพราะชีวิตที่เกิดใหม่ ย่อมเริ่มต้นใหม่
ไม่มีความหลังเก่า ไม่มีการระลึกชาติ
 
ข้าพเจ้ารู้แล้ว
เมื่อมองดูอีกครั้ง
ต้นหญ้า, และสิ่งมีชีวิตน้อยๆกำลังงอกงาม
เติบโตบนแผ่นดินที่ปกคลุมร่างข้าพเจ้า
 
ในความตายของข้าพเจ้า
ได้บังเกิดชีวิตใหม่
เหมือนการตายของนกฟินิกซ์ตัวนั้น
 
ต้นหญ้าสารพันกำลังมีความสุขในการใช้ชีวิต
และข้าพเจ้าก็มองพวกมันด้วยความยินดียิ่ง...
 
 
Gothic Dan.
110511:1945