สั้น

posted on 07 Jul 2009 00:59 by kuza

 

 

 

สั้น

 

เธอเชื่อไหม
ฉัน
ยังคงคิดถึงเธอ




เช็ดรอยน้ำตาได้แล้ว
อย่าร้องไห้
ฉันจะไม่ทิ้งเธออีก




หลับให้สนิท
ให้ความฝันโอบอ้อมกอดของเรา
แล้วฉันจะอยู่กับเธอ...นิรันดร์

 

                     

                                ...บนกระดาษซับหยดน้ำตา...

                                           Gothic Dan.

 

ปีกรัก -[/]

posted on 01 Apr 2009 18:06 by kuza

 

 

ปีกรัก

 

 

ฉันบินไปตามหาคลื่นสัญญาณรัก

ขณะหนึ่ง, ที่สองมือกำลังห้อมห่มอากาศ

คลื่นความถี่ของความรักอาจสัมผัสได้เมื่อมันมีจังหวะของความถี่เดียวกันกับคลื่นหัวใจ

สองมือห้อมห่มอากาศไกวลมเข้าหาตัว

แปรสัญญาณที่ลอยมากับลมเป็นคลื่นความถี่

สองมือที่ห้อมห่มอากาศโบกพัดสายลม, โบกขึ้น โบกลง

เป็นกราฟรูปไซน์

ความรักมีขึ้นและลง สัญญาณของความรักถูกแปรเป็นกราฟของคลื่น

ตามทฤษฎีทางฟิสิกส์

ความเร็วคลื่น เท่ากับ  ความยาวคลื่นคูณความถี่คลื่น

ตามทฤษฎีความรัก

ความรัก เท่ากับ ความพยายามคูณความสม่ำเสมอ

 

ฉันติดปีกรัก ตามหาสัญญาณความรักของเธอ

ฉันบินขึ้นและลง พยายามบินไปเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ

คิดว่าความถี่ในการบินของฉัน จะตรงกับความถี่ของหัวใจเธอ

เพื่อที่ฉันจะได้ยินเสียงของเธอ

เหมือนที่ฉันปรับคลื่นความถี่ที่ตัววิทยุ เพื่อให้มันสามารถรับเสียง ณ ความถี่หนึ่งๆ ได้

แต่หากฉันเปลี่ยนเป็นคลื่นความถี่อื่น ฉันก็จะได้ยินเสียงที่มาจากความถี่ใหม่

และนั่นอาจทำให้ฉันไม่ได้ยินเสียงจากความถี่ของหัวใจเธออีก

 

ปีกรักของฉันบางใสเหมือนปีกแมลงปอ

ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อป้องกันการตกกระทบและการสะท้อนกลับของคลื่นความรัก

ฉันกลัวว่าเมื่อความรักมาถึงมือของฉัน เพียงไม่นานก็จากฉันไป

ฉันอยากดูดกลืนคลื่นความรักไว้ทั้งหมด อยากให้มันอยู่กับฉันทั้งหมด

สองมือห้อมห่มอากาศ บีบอากาศให้เป็นรูปจานพาราโบล่า

ไม่ว่าสัญญาณความรักของเธอจะกระจัดกระจายอยู่ในทิศใด

ฉันก็จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้เสมอ

 

ฉันติดปีกรัก และโบกบินไปในอากาศ

ขึ้นและลง

สองมือห้อมห่มอากาศ

กอดความรักที่ลอยละล่องมากับสายลม

คลื่นความรักถูกแปรสัญญาณให้มีความถี่เดียวกับคลื่นหัวใจ

หัวใจของฉัน - หัวใจของเธอ

กราฟรูปไซน์ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ขึ้นและลงด้วยจังหวะที่เท่าๆกัน

ความรักต้องการความพยายามที่สม่ำเสมอ

 

...

...

...

...

 

 

Found 1 Available Connect

ฉันคิดว่า ปีกรักของฉันตรวจพบสัญญาณความรักจากเธอแล้ว....

 

 

 

....ความรัก เท่ากับ ความพยายามคูณความสม่ำเสมอ

....Gothic Dan.

คนบ้า...รัก!!

posted on 30 Oct 2008 01:09 by kuza

 

 

 

คนบ้ารัก!!

เคยรู้สึกอย่างฉันกันบ้างไหม
เมื่อเวลาร้องไห้, น้ำตาเอ่อ
ซึ่งโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาในเงาเพ้อ
แล้วละเมอถึงใครด้วยใจชา


ทีละหยดรดหลั่ง, ฝังรอยร้าว
และรานรวดกับเรื่องราวจนผ่าวหน้า
มันไม่จริงใช่ไหม...ในแววตา
การจากลาเริงระบำอยู่ย้ำใจ


บอกฉันมา....บอกฉันมา....
นี่เป็นเพียงภาพมายา...ใช่ไหม?
นี่คงเป็นเพียงฉันเผลอฝันไป
ไม่ใช่...มันไม่ใช่....ใช่ไหมเธอ!!!!!

(ในมุมอันโดดเดี่ยว....มีเพียงฉัน
วันต่อวัน..บ้าบอ...รอเก้อ
เพียง "คนบ้า" หนึ่งคนบ่นพร้ำเพ้อ
ใจโหยหา "รักละเมอ" อยู่เท่านั้น....

เพียง "คนบ้า" คนหนึ่งคิดถึงเธอ
แหละสายตาพร่าเหม่อ....เก้อรอรัก!!!)

 

 

 

 

 

edit @ 11 Nov 2008 02:01:54 by แดนไกล ไลบีเรีย

 

 

"ปีกฝันอันเสรี [ก้าวสู่วิถีหนุ่มพเนจร]"

 

"ค่ำลงแล้ว ผู้คนบ้านนา

อยู่ตามประสา กลับจากนากินข้าว

ทุกบ้านเรือน แสงตะเกียงพราว

ไอ้เผือกตาวาว ด้วยแสงไฟไล่ยุง...."

 

เครื่องเล่น Mp3 ของผมกำลังทำงาน

เพลง ‘ฝนแรก' กำลังบรรเลงท่วงทำนอง

หากวันนี้จริงๆฝนไม่ตก

 

พลัน, แว่วเสียงหัวใจตัวเอง

น่าแปลก! ที่ผมได้ยินมัน

ทั้งๆที่รอบข้างเต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน

 

สนามรบทางการเรียนยุติลง

ชั่วครู่ชั่วคราว - และจะเริ่มต้นขึ้นใหม่

แต่ตอนนี้ ผมขอพักก่อน

 

อาจจะเหนื่อย - บางทีผมอาจอ่อนแอต่อโลกใบนี้เกินไป

อาจจะเบื่อหน่าย - เพียงผม, มีเพียงผมคนเดียว

บ้านทั้งหลัง มนุษย์ตัวเล็กอาศัยมุมของความเหงาเป็นที่หลบซ่อนตัว

 

แต่ผมควรทำอะไรบางอย่าง

หากไม่มากเกินไป

ตอนนี้ผมอยากบินหนีกาลเวลา, สังคม และพันธะ!!

 

ผมต้องการความเป็นอิสระ

เข้าใจผมบ้างเถอะ

ผมต้องการอิสระ.......

 

ผมจะไม่ปล่อยให้ความต้องการครั้งนี้เป็นพียงความฝัน

เหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา

ที่มันผ่านไปเพียงฝัน

 

เพลง ฝนแรก จบลง

ฝนก็ยังไม่ตก

เพลงถัดไป, เริ่มบรรเลงต่อ

 

"บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์

หนุ่มพเนจรท่องไปตามฝัน

ฝันของเจ้าดูเลิศล้ำลาวัณย์

ฝันเจ้าฝัน ว่าโลกพิสุทธิ์ เมลืองมลัง..."

 

น่าแปลกอีกครั้ง...

เมื่อระหว่างหมอกฝัน

ผมยืนอยู่ ณ ริมถนนสายหนึ่ง

 

ผมออกจากบ้านของผมได้อย่างไร

และที่ซุกหัวนอนผมอยู่ไหน

ผมไม่รู้

 

ผมไม่รู้จักถนนสายนี้

ไม่รู้ทิศทางข้างหน้า

แต่ทว่าผมกลับรู้สึกคุ้นเคย

 

(ถ้านี่คือความจริง

สิ่งที่ผมควรจะทำ

ก็ต้องเริ่มต้นจากที่นี่, ถูกไหม?)

 

ผมว่า, อากาศภายนอกนั้นดีกว่าอากาศในซอกมืดที่บ้านผมหลายเท่า

ที่นี่ ผมรับรู้ถึงลมหายใจของผู้ที่ผ่านมาก่อน

และลมหายใจของตัวเอง, ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก

 

รองเท้าแตะ(หนังแท้อย่างดี) มันทำหน้าที่ได้อย่างเยี่ยมยอด

เมื่อผมก้าวเท้าเดิน, ดอกไม้บานต้อนรับ

เมื่อผมยิ้ม, โปรยความหวังก็ผลิช่อชูใบ

 

ผมรู้สึก "ดี" ต่อโลกกว้างใบนี้

มากขึ้น

มากขึ้นกว่าเดิม.....

 

..........................................

..........................................

..........................................

 

"...ไม่ใช่ผมเพียงคนเดียวที่จะต้องใช้ชีวิตตามลำพัง..."

โลกใบนี้ให้คำตอบผม

"ทั้งนั้น, ที่จะต้องอยู่ด้วยตัวเอง"

 

โลกใบนี้สอนผม

"จงรู้จักที่จะอยู่ตามลำพัง แหละเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างนั้นให้ได้

เพราะทางข้างหน้าต่อไป เราต้องพเนจรตามวิถีของเราอยู่เพียงคนเดียว...."

 

โลกสอนผม - ผมเข้าใจ

ตอนนี้ผมก็อยู่คนเดียว

และไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว

 

สำหรับผม

การพเนจร คือ

การเดินทางตามวิถีฝัน

 

ผมจึงพเนจรต่อไปเรื่อยๆ

เส้นทางทอดไกล

เกินกว่าสายตาผมจะมองเห็นปลายทาง

 

แต่ผมไม่เคยพรั่นต่อเส้นทาง

จะไกลเพียงไหน, ผมก็จะเดิน

เพราะผมรู้ดีว่า...จุดหมายยังอยู่ข้างหน้า

 

มีโอกาสเป็นหนึ่ง สำหรับปลายทางข้างหน้า

ผมคิดเสมอ

แค่เพียงผมยังพเนจรต่อไป

 

"บิน บิน บิน บินไป

บินไป บินไป เหมือนใจหนี

เสียงดนตรีบรรเลงเหมือนใจดิ้น

แม้จะเจ็บปวดช้ำน้ำตาริน

ปีกยังบิน ตายังจ้องมองทาง..."

 

หากเปรียบตัวผมเป็นนกน้อยตัวหนึ่ง

ผมก็คงจะต้องเป็นนกที่ทะเยอทะยานทีเดียว

บินผ่านฟากฟ้าอันแสนไกล แม้ไม่เห็นจุดหมาย

 

"จะเหน็บหนาวร้าวรวดปวดใจกาย

ก็ยอมตายเพื่อฝันอันสูงศักดิ์

พลีชีวิต, เลือดเนื้อ - เผื่อปันรัก

โลกประจักษ์ฝันนั้นนิรันดร"

 

เชื่อไหม - ยังมีเรื่องราวดีๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้

ทุกๆวินาที, ช่างน่าจดจำ

แหละผมเองคงบรรยายได้ไม่หมด

 

ขอเพียงคุณ - ผู้ร่วมลมหายใจเดียวกันกับผม

เปิดโอกาสให้ตัวเองลองพเนจรตามเส้นทางฝันของคุณดูบ้าง

ก็จะดีไม่น้อย - ในวงสนทนา คุณจะมีเรื่องราวหลากร้อยพันที่จะสรรหามาเล่า

 

เชื่อผมสิ, มันไม่เหนื่อยไปกว่าที่คิดไว้หรอก

ไม่ยากด้วย - ก็แค่ก้าวเท้าตามเส้นทางสายฝัน

ก้าวไปเรื่อยๆ....ไปเรื่อยๆ.........

 

แม้จะยังไม่พบกับจุดหมายปลายทาง

ไหนๆก็ฮึดเดินมาซะตั้งไกลแล้ว

ก็ต้องกล้า และบ้าเดินต่อไป...จริงไหม

 

จุดหมายอยู่ไม่ไกลหรอก

ถ้าชีวิตนี้ยังไม่สิ้น

ยังไงก็ต้องเจอกับมันเอง, สักวันหนึ่ง...

 

"บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์

หนุ่มพเนจรกระเป๋าเดินทาง

มุ่งไปเถิดสู่ขอบฟ้าลางลาง

โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้ายังเดิน

...

...

โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้ายังเดิน!!!"

 

...แด่ฝันของนักพเนจร...

Gothic Dan.

@Cafe' de La Moon

Sep. 15 08

 

edit @ 19 Sep 2008 22:42:17 by แดนไกล ไลบีเรีย

โด(ย)เดี่ยว

posted on 04 Sep 2008 23:07 by kuza

"โด(ย)เดี่ยว"

 

 

...ข้าพเจ้าเบื่อวันนี้...

รู้สึกเหมือนลมหายใจของแรกวันยุ่งเหยิงเสียจริง

เพียงการเข้าออกของลมหายใจ-เหนื่อย!

ข้าพเจ้าปรารถนาบางสิ่งบางอย่าง

บางอย่างที่ข้าพเจ้าจะกระทำโดยตัวคนเดียวได้

อย่างโดดเดี่ยว

 

 

 

ข้าพเจ้าหายตัวไปในร้านกาแฟ

ร้านประจำของข้าพเจ้า

ที่นี่วิเศษที่สุด.....

พนักงานที่ร้านกาแฟ

หนึ่งในนั้น-คนที่ข้าพเจ้าแอบหลงรัก!

 

 

 

หากไม่มีเงื่อนไขระหว่างวัย

ข้าพเจ้าก็คงจะบอกรักเธอไปแล้ว

แต่ข้าพเจ้าก็ยังเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดขวบ

เธอเป็นสาวน่ารัก-ยี่สิบห้าปี...

 

 

 

ข้าพเจ้าสูดลมหายใจอันแปลกใหม่

ลมหายใจที่มิใช่เป็นของข้าพเจ้า

ขาทั้งสองทำงาน,เดินตรงไปยังหน้าเคาเตอร์

เธอคนนั้นถามข้าพเจ้าเหมือนอย่างเคย

 

 

 

"น้องแดนฯ วันนี้เอาลาเต้เย็นเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ"

"ครับ อ้อ! พี่ฮะ แดนฯขอเพิ่มคาราเมลด้วยนะครับ...คาราเมลลาเต้"

<........................>

 

 

 

บทสนทนาสั้นๆ,ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับมันอย่างดี

แหละรอยยิ้มที่แสดงการตอบรับคำขอของข้าพเจ้า

บนใบหน้าเธอ,รอยยิ้มนั้นงดงามนัก....

 

 

 

(จะว่าก็ว่า,ข้าพเจ้าละมุนใจ

ในความรู้สึกละมุนละไม

ในโลกละมุน

ในร้านละมุน......)

 

 

 

ข้าพเจ้าหายตัวไปอีกครั้ง

บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่ข้าพเจ้าเคยนั่งอยู่ประจำ

ก่อนหน้านี้ไม่นานกว่าปีผ่านหรอก

ข้าพเจ้ายังจำได้

ความผูกพัน,มิตรภาพ, รอยยิ้ม, เสียงหัวเราะ

เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะอยู่กับข้าพเจ้าด้วย...

 

 

 

อย่าให้ข้าพเจ้าต้องเอ่ยถึงความรักอีกเลย

ข้าพเจ้ารู้สึกเขินอายที่จะเอ่ยถึงมัน

ด้วยความเขินอายนี่กระมัง

จึงทำให้ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะบอกรักใครเสียที

ก็มีแต่หัวใจที่อาจหาญเกินไปเท่านั้น

 

...มีหัวใจที่คั่งไปด้วยความรู้สึกรัก

แต่ทว่ากลับไม่รู้จักใช้มันให้เป็น...

 

 

 

ข้าพเจ้าปรากฏตัว

วันนี้,พร้อมกับความโด(ย)เดี่ยว

เชื่อข้าพเจ้าสักอย่าง,ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ตามลำพัง

ข้าพเจ้าก็มีเพื่อนนะ

เพื่อนของข้าพเจ้าก็คือความโด(ย)เดี่ยว

 

 

 

คนอื่นๆอาจมองว่าด้วยความโด(ย)เดี่ยว - ข้าพเจ้าคือไม่มีเพื่อน

ข้าพเจ้าจะบอกว่ามันไม่จริง

เชื่อข้าพเจ้าอีกสักอย่าง,ความโด(ย)เดี่ยวเป็นเพื่อนแสนรักของข้าพเจ้า

นับตั้งแต่ความผูกพัน, มิตรภาพ, รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ได้พเนจรไปห่างไกลข้าพเจ้า

ความโด(ย)เดี่ยวก็เข้ามาแทนที่

มันอยู่กับข้าพเจ้านานกว่านานเสียแล้ว...

 

 

 

น้ำแข็งในแก้วลาเต้กำลังละลาย

หยดน้ำจับตัวกลั่นหยดเป็นเม็ดสวยงาม เป็นริ้วลายตกแต่งรอบๆแก้ว

แหละก็ค่อยๆไหล,หยดลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ

 

 

 

อย่างที่ข้าพเจ้าไม่อาจฝืนตัวเอง

ทันใด,บทเพลงแห่งหยาดน้ำตาก็ได้บรรเลงขึ้นมาในใจของข้าพเจ้าอีกครั้ง......

 

 

 

ด้วยความโด(ย)เดี่ยวต่อความรัก

Gothic Dan.

4 ก.ย. 51

@t Café de LaMoon

 

 

 

 

 


 


edit @ 13 Sep 2008 04:25:19 by แดนไกล ไลบีเรีย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ฝนแรกฤดู [ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ]"

 

 

 

วันนี้ เราตื่นนอนช้าไปสักหน่อย

งัวเงีย ขยี้ตาชำเลืองดูนาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะเขียนหนังสือข้างๆเตียงนอน

15:21

เราไม่ได้ตั้งเวลาในนาฬิกาผิด

มันเดินตามเวลาที่เป็นจริงบนโลกใบนี้อย่างสมเหตุสมผล

15:21

15:22

15:23

15:24

.

.

.

15:33

เราใช้เวลาจ้องมองนาฬิกาเรือนนั้นอยู่สักพัก

ความงัวเงียจากการโหมเล่นอินเตอร์เนตของคืนก่อนค่อยๆสร่าง

 

ขณะนี้ฝนตกหนักมาก

จนละอองเม็ดฝนกระเซ็นผ่านร่องแคบๆของบานเกล็ดหน้าต่างเข้ามาในห้องของเรา

นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...........

แต่มันคงนานพอที่จะทำให้เตียงของเราเปียกได้เกือบครึ่ง

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราสนใจอะไรเลย!!

เราไม่สนใจว่าฝนตก

เราไม่ได้ยินเสียงฝนที่กระทบกับหลังคาบ้าน

เราไม่สนใจว่าฝนกระเซ็นเข้ามาจนทำให้เตียงเปียกชื้น

เราหลับและตื่นขึ้นอย่างไม่รู้ว่าจะสนใจอะไร

และฝนก็ยังคงตกอยู่, เราคิด...........

 

[ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว....

เป็นการย้อนความทรงจำจากจุดๆหนึ่ง

จุดที่เราเรียกมันในขณะนี้ว่า "ปัจจุบัน"

มองไปสู่จุดปลายทางอีกจุด

จุดปลายทาง ที่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเคยถูกเรียกว่า "ปัจจุบัน"

ภาพของความทรงจำอาจไม่สมบูรณ์

เหมือนรูปถ่ายที่ผ่านกาลเวลาและระยะทางมาอย่างยาวนาน

ย่อมมีซีดจางและขาดกร่อนไปตาม "ความเป็นไป"

และตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ร่องรอยของอดีตมีการเปลี่ยนแปลง

ก็คือ "การเก็บรักษา" ความทรงจำ

เราไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปากได้ว่าเราเก็บรักษามันไว้ในที่ที่เหมาะสมที่สุด

เพราะบางทีที่เราเองละเลยภาพของความทรงจำบางภาพไป

จนทำให้ความทรงจำเก่าๆของเราไม่เหมือนเดิม]

 

เราย้อนกลับไป.........

ณ ช่วงเวลาหนึ่งซึ่งเรายังสดใส และร่าเริง

เหมือนๆกับดอกไม้สดยามแรกฤดูฝน

ในความเลือนราง เราจำได้ว่าเราคือ "เด็ก"

เด็กผู้อ่อนวัยในความคิด ละมุนในทุกอณูของความรู้สึก

เรา "ซึม" และ "ซับ" ความรู้สึกอันละเอียดอ่อนต่อโลกใบนี้

เหมือนดอกไม้ที่ "ซึม" และ ซับ" ความชุ่มชื่นของหยาดฝน

คล้ายว่าฝนช่างอาทรต่อดอกไม้เหล่านั้นเหลือเกิน

 

"ฝนแรก" ของปีนั้น

ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา

และที่สุด เรารู้สึกได้เลยว่า เรารักฤดูฝน

เรารักฝนที่กระจายสาย ผลิเม็ดน้ำอันใสสะอาด

โปรยสายน้ำอันฉ่ำเย็นลงมาสู่พื้นดิน

ชุ่มฉ่ำในหัวใจ รินไหลในความรู้สึก...

 

เรารักฤดูฝน เรารักด้วยความรู้สึก

เราร่าเริง เราสดใส

ตอนที่ฝนตกหนักๆ...

เราชอบชงโกโก้ร้อน ทำขนมปังปิ้งใส้แยมมาร์มาเลดทาน

ถ้าจะให้ดี มีผ้านวมหนาๆสักผืนมาห่อตัว เปิดเพลงที่เราชอบฟัง

ฤดูฝนจึงเหมือนกับฤดูแห่งความสุขของเรา

เรามีความสุข, เคยมีความสุข!!!

และเมื่อเรามีความสุข เราก็มีจินตนาการ

 

จึงช่วงแรกฤดูฝน, เรามีจินตนาการ

เรานิยามให้ "ฤดูฝน" แทนความหมายนัยของ "ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ"

และในตอนนั้นเองที่จินตนาการของเราถูกปลุกขึ้น

จินตนาการของเราไม่ได้โดนปลุกด้วยเสียงของนาฬิกาปลุกดิจิตอล

มันไม่ได้ตื่นเองเพราะต้องตื่นในเวลาหกโมงเช้าของทุกวันเหมือนเรา

มันหลับใหลนานเป็นวันวัน

บางทีก็เป็นเดือนที่มันไม่เคยตื่นขึ้นมา

 

เรารู้สึกว่าจินตนาการตื่นแล้ว!!!

เรา, เราอยู่คนเดียว ในพื้นที่เล็กๆที่เราคุ้นเคย

แต่จินตนาการของเราโลดแล่นไปไกลกว่านั้น

จินตนาการโบยบินไปในต่างสถานที่

ทักทายกับมิตรสหายที่เราต่างบังเอิญพบกัน

เราจึงได้รู้จักกับ "มิตรภาพ"

ว่ากันว่า...

การที่เราจะรู้จักและเข้าใจ "ใคร" สักคนอย่างลึกซึ้ง

เราจะต้องรู้จัก "ตัวตนของตัวเอง" ให้ดีเสียก่อน

แหละจินตนาการสอนให้เรารู้จักและเข้าใจ "ตัวเอง" มากขึ้น

มันจึงทำให้เราเองรู้จักและเข้าใจ "บุคคลแปลกหน้า" อีกหลายๆคนมากขึ้นเช่นกัน

.......กลายเป็นความมหัศจรรย์

อย่างที่หลายๆคนบอกไว้ ว่าจินตนาการคือสิ่งมหัศจรรย์

เราเชื่อในพลังของ "จินตนาการ"

เราศรัทธา และหลงรักในจินตนาการ

และเราดีใจที่สุด ที่ช่วงเวลาหนึ่ง เราเคยมีมันอยู่....

 

 

จู่ๆ ฝนแรกแห่งฤดูก่อตัวเป็นพายุฝน

ลมที่เต็มไปด้วยไอของความหนาวเย็นก็ยิ่งโหมพัดแรงขึ้น

หนาว และ เย็น.....มากขึ้น มากขึ้น.....

เรานิ่งเงียบภายใต้ความหนาวเย็นนั้น

รู้สึกเหมือนว่าพายุฝนกำลังกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับเรา

แผ่วเสียงกระซิบ เราพอจับใจความได้ อาจเลอะเลือนไปบ้าง

พายุฝนบอกให้เราต้อง "เติบโต" ไปตามเวลา

เติบโต...เติบโต...เติบโต...

เราทำตามที่พายุฝนกระซิบบอก

เราจึงสนใจเพียงการเติบโต...ตามเวลา.....

 

...

...

...

...

...

...

...

 

ฝนแรกฤดูของปีนี้....

หากจะนับตามกฎเกณฑ์ของเวลา

เราคงผ่านการเติบโตมาแล้วเกือบๆหนึ่งปี

ทว่านั่นเป็นการเติบโตเพียงการล่วงผ่านกาลเวลา

จริงๆแล้วเราเชื่องช้าต่อการเติบโต เราอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง

เพราะเราไม่ได้เติบโตไปตาม "จินตนาการ"

และ "จินตนาการ" ก็ไม่ได้เติบโตไปพร้อมๆกับเรา

จินตนาการของเราค่อยๆซีดจางลงตามกาลเวลาที่เราเติบโตผ่าน

จนวันนี้...วันฝนแรกฤดูของปีปัจจุบัน

จินตนาการของเราจึงเลือนหายไปอย่างที่เราไม่รู้ตัว.......

ปีนี้.... ฤดูฝนจึงมิใช่ "ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ"

และก็คงจะเป็นความจริงสำหรับปีอื่นๆด้วย

เราว่า -

สำหรับเรา คงไม่มี "ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ" อีกต่อไปแล้ว

เราเศร้าใจจริงๆ..........จริงๆนะ..........

 

 

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

 

 

เตียงนอนของเราเปียกชื้นไปทั้งเตียงแล้ว

เรานิ่งเงียบ ฟังเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาบ้าน

แต่เราไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งใดๆเลย

คงเป็นเพราะความชาชิน ที่เกิดขึ้นจากการเติบโตของเรา......

หูของเราไม่ได้ยินเสียงฝนอีกแล้ว

คงเป็นเพราะเราขาดจินตนาการ.......

เม็ดฝนกระเซ็นผ่านช่องบานเกล็ดของหน้าต่าง....เม็ดแล้วเม็ดเล่า

บางเม็ดฝนก็กระเซ็นมาสัมผัสกับผิวกายของเรา

ทว่าเราไม่รู้สึกถึงความสดชื่นเหมือนก่อน

นั่นก็คงเป็นเพราะเราขาดจินตนาการอีกเช่นกัน.......

เรานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงที่เปียกชุ่ม

สายตาเราจ้องมองตัวเลขสีแดงที่สะท้อนแสงออกมาจากนาฬิกาดิจิตอลเรือนนั้น

ตัวเลขที่มีการเปลี่ยนแปลง....

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ซ้ำซาก และวนเวียนอยู่ทุกๆวัน เป็นเดือนๆ ปีๆ

15:45

15:46

15:47

15:48

.

.

.

.

.

16:16

.....

....

....

....

คงไม่มีใครรู้หรอกว่า.....

ตอนนี้,  เรากำลังร้องไห้แข่งกับสายฝนแรกฤดูนี้อยู่..........

 

 

 

:::แด่...จินตนาการของเราที่ หลับไหล และ ไม่หายใจ:::

 

 

 

 

 

 คำอธิบาย

"ฝนแรกฤดูฯ"  หนึ่งในบทความชุด "เหมือนว่าเรากำลังจะขาดจินตนาการ" ซึ่งผมกำลังเขียนเป็นบทความที่เป็นชุดซีรี่ย์ชุดแรกของผมครับ

คาดว่าน่าจะรวมชุดแล้วเสร็จ (ไม่ได้รวมเล่มขายนะค้าบ) ประมาณ 2-3 เดือนนี้ครับ

โดยส่วนตัวแล้ว การเขียนบทความหรืองานเขียนประเภทกึ่งเรื่องสั้นนั้น ไม่ค่อยจะถนัดเท่าที่ควรครับ

แต่อยากจะลองเปลี่ยนแนวทางการเขียนดูบ้าง อย่างน้อยมันก็คือการได้ฝึกฝีมือของเราครับ

ฝากดูแลเหล่าตัวอักษรน้อยๆของผมด้วยนะครับ

 

จากหัวใจ โกธิค แดน.