"ฝนแรกฤดู [ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ]"

 

 

 

วันนี้ เราตื่นนอนช้าไปสักหน่อย

งัวเงีย ขยี้ตาชำเลืองดูนาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะเขียนหนังสือข้างๆเตียงนอน

15:21

เราไม่ได้ตั้งเวลาในนาฬิกาผิด

มันเดินตามเวลาที่เป็นจริงบนโลกใบนี้อย่างสมเหตุสมผล

15:21

15:22

15:23

15:24

.

.

.

15:33

เราใช้เวลาจ้องมองนาฬิกาเรือนนั้นอยู่สักพัก

ความงัวเงียจากการโหมเล่นอินเตอร์เนตของคืนก่อนค่อยๆสร่าง

 

ขณะนี้ฝนตกหนักมาก

จนละอองเม็ดฝนกระเซ็นผ่านร่องแคบๆของบานเกล็ดหน้าต่างเข้ามาในห้องของเรา

นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...........

แต่มันคงนานพอที่จะทำให้เตียงของเราเปียกได้เกือบครึ่ง

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราสนใจอะไรเลย!!

เราไม่สนใจว่าฝนตก

เราไม่ได้ยินเสียงฝนที่กระทบกับหลังคาบ้าน

เราไม่สนใจว่าฝนกระเซ็นเข้ามาจนทำให้เตียงเปียกชื้น

เราหลับและตื่นขึ้นอย่างไม่รู้ว่าจะสนใจอะไร

และฝนก็ยังคงตกอยู่, เราคิด...........

 

[ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว....

เป็นการย้อนความทรงจำจากจุดๆหนึ่ง

จุดที่เราเรียกมันในขณะนี้ว่า "ปัจจุบัน"

มองไปสู่จุดปลายทางอีกจุด

จุดปลายทาง ที่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเคยถูกเรียกว่า "ปัจจุบัน"

ภาพของความทรงจำอาจไม่สมบูรณ์

เหมือนรูปถ่ายที่ผ่านกาลเวลาและระยะทางมาอย่างยาวนาน

ย่อมมีซีดจางและขาดกร่อนไปตาม "ความเป็นไป"

และตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ร่องรอยของอดีตมีการเปลี่ยนแปลง

ก็คือ "การเก็บรักษา" ความทรงจำ

เราไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปากได้ว่าเราเก็บรักษามันไว้ในที่ที่เหมาะสมที่สุด

เพราะบางทีที่เราเองละเลยภาพของความทรงจำบางภาพไป

จนทำให้ความทรงจำเก่าๆของเราไม่เหมือนเดิม]

 

เราย้อนกลับไป.........

ณ ช่วงเวลาหนึ่งซึ่งเรายังสดใส และร่าเริง

เหมือนๆกับดอกไม้สดยามแรกฤดูฝน

ในความเลือนราง เราจำได้ว่าเราคือ "เด็ก"

เด็กผู้อ่อนวัยในความคิด ละมุนในทุกอณูของความรู้สึก

เรา "ซึม" และ "ซับ" ความรู้สึกอันละเอียดอ่อนต่อโลกใบนี้

เหมือนดอกไม้ที่ "ซึม" และ ซับ" ความชุ่มชื่นของหยาดฝน

คล้ายว่าฝนช่างอาทรต่อดอกไม้เหล่านั้นเหลือเกิน

 

"ฝนแรก" ของปีนั้น

ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา

และที่สุด เรารู้สึกได้เลยว่า เรารักฤดูฝน

เรารักฝนที่กระจายสาย ผลิเม็ดน้ำอันใสสะอาด

โปรยสายน้ำอันฉ่ำเย็นลงมาสู่พื้นดิน

ชุ่มฉ่ำในหัวใจ รินไหลในความรู้สึก...

 

เรารักฤดูฝน เรารักด้วยความรู้สึก

เราร่าเริง เราสดใส

ตอนที่ฝนตกหนักๆ...

เราชอบชงโกโก้ร้อน ทำขนมปังปิ้งใส้แยมมาร์มาเลดทาน

ถ้าจะให้ดี มีผ้านวมหนาๆสักผืนมาห่อตัว เปิดเพลงที่เราชอบฟัง

ฤดูฝนจึงเหมือนกับฤดูแห่งความสุขของเรา

เรามีความสุข, เคยมีความสุข!!!

และเมื่อเรามีความสุข เราก็มีจินตนาการ

 

จึงช่วงแรกฤดูฝน, เรามีจินตนาการ

เรานิยามให้ "ฤดูฝน" แทนความหมายนัยของ "ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ"

และในตอนนั้นเองที่จินตนาการของเราถูกปลุกขึ้น

จินตนาการของเราไม่ได้โดนปลุกด้วยเสียงของนาฬิกาปลุกดิจิตอล

มันไม่ได้ตื่นเองเพราะต้องตื่นในเวลาหกโมงเช้าของทุกวันเหมือนเรา

มันหลับใหลนานเป็นวันวัน

บางทีก็เป็นเดือนที่มันไม่เคยตื่นขึ้นมา

 

เรารู้สึกว่าจินตนาการตื่นแล้ว!!!

เรา, เราอยู่คนเดียว ในพื้นที่เล็กๆที่เราคุ้นเคย

แต่จินตนาการของเราโลดแล่นไปไกลกว่านั้น

จินตนาการโบยบินไปในต่างสถานที่

ทักทายกับมิตรสหายที่เราต่างบังเอิญพบกัน

เราจึงได้รู้จักกับ "มิตรภาพ"

ว่ากันว่า...

การที่เราจะรู้จักและเข้าใจ "ใคร" สักคนอย่างลึกซึ้ง

เราจะต้องรู้จัก "ตัวตนของตัวเอง" ให้ดีเสียก่อน

แหละจินตนาการสอนให้เรารู้จักและเข้าใจ "ตัวเอง" มากขึ้น

มันจึงทำให้เราเองรู้จักและเข้าใจ "บุคคลแปลกหน้า" อีกหลายๆคนมากขึ้นเช่นกัน

.......กลายเป็นความมหัศจรรย์

อย่างที่หลายๆคนบอกไว้ ว่าจินตนาการคือสิ่งมหัศจรรย์

เราเชื่อในพลังของ "จินตนาการ"

เราศรัทธา และหลงรักในจินตนาการ

และเราดีใจที่สุด ที่ช่วงเวลาหนึ่ง เราเคยมีมันอยู่....

 

 

จู่ๆ ฝนแรกแห่งฤดูก่อตัวเป็นพายุฝน

ลมที่เต็มไปด้วยไอของความหนาวเย็นก็ยิ่งโหมพัดแรงขึ้น

หนาว และ เย็น.....มากขึ้น มากขึ้น.....

เรานิ่งเงียบภายใต้ความหนาวเย็นนั้น

รู้สึกเหมือนว่าพายุฝนกำลังกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับเรา

แผ่วเสียงกระซิบ เราพอจับใจความได้ อาจเลอะเลือนไปบ้าง

พายุฝนบอกให้เราต้อง "เติบโต" ไปตามเวลา

เติบโต...เติบโต...เติบโต...

เราทำตามที่พายุฝนกระซิบบอก

เราจึงสนใจเพียงการเติบโต...ตามเวลา.....

 

...

...

...

...

...

...

...

 

ฝนแรกฤดูของปีนี้....

หากจะนับตามกฎเกณฑ์ของเวลา

เราคงผ่านการเติบโตมาแล้วเกือบๆหนึ่งปี

ทว่านั่นเป็นการเติบโตเพียงการล่วงผ่านกาลเวลา

จริงๆแล้วเราเชื่องช้าต่อการเติบโต เราอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง

เพราะเราไม่ได้เติบโตไปตาม "จินตนาการ"

และ "จินตนาการ" ก็ไม่ได้เติบโตไปพร้อมๆกับเรา

จินตนาการของเราค่อยๆซีดจางลงตามกาลเวลาที่เราเติบโตผ่าน

จนวันนี้...วันฝนแรกฤดูของปีปัจจุบัน

จินตนาการของเราจึงเลือนหายไปอย่างที่เราไม่รู้ตัว.......

ปีนี้.... ฤดูฝนจึงมิใช่ "ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ"

และก็คงจะเป็นความจริงสำหรับปีอื่นๆด้วย

เราว่า -

สำหรับเรา คงไม่มี "ฤดูแห่งการก่อเกิดจินตนาการ" อีกต่อไปแล้ว

เราเศร้าใจจริงๆ..........จริงๆนะ..........

 

 

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

............แปะ แปะ..................

 

 

เตียงนอนของเราเปียกชื้นไปทั้งเตียงแล้ว

เรานิ่งเงียบ ฟังเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาบ้าน

แต่เราไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งใดๆเลย

คงเป็นเพราะความชาชิน ที่เกิดขึ้นจากการเติบโตของเรา......

หูของเราไม่ได้ยินเสียงฝนอีกแล้ว

คงเป็นเพราะเราขาดจินตนาการ.......

เม็ดฝนกระเซ็นผ่านช่องบานเกล็ดของหน้าต่าง....เม็ดแล้วเม็ดเล่า

บางเม็ดฝนก็กระเซ็นมาสัมผัสกับผิวกายของเรา

ทว่าเราไม่รู้สึกถึงความสดชื่นเหมือนก่อน

นั่นก็คงเป็นเพราะเราขาดจินตนาการอีกเช่นกัน.......

เรานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงที่เปียกชุ่ม

สายตาเราจ้องมองตัวเลขสีแดงที่สะท้อนแสงออกมาจากนาฬิกาดิจิตอลเรือนนั้น

ตัวเลขที่มีการเปลี่ยนแปลง....

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ซ้ำซาก และวนเวียนอยู่ทุกๆวัน เป็นเดือนๆ ปีๆ

15:45

15:46

15:47

15:48

.

.

.

.

.

16:16

.....

....

....

....

คงไม่มีใครรู้หรอกว่า.....

ตอนนี้,  เรากำลังร้องไห้แข่งกับสายฝนแรกฤดูนี้อยู่..........

 

 

 

:::แด่...จินตนาการของเราที่ หลับไหล และ ไม่หายใจ:::

 

 

 

 

 

 คำอธิบาย

"ฝนแรกฤดูฯ"  หนึ่งในบทความชุด "เหมือนว่าเรากำลังจะขาดจินตนาการ" ซึ่งผมกำลังเขียนเป็นบทความที่เป็นชุดซีรี่ย์ชุดแรกของผมครับ

คาดว่าน่าจะรวมชุดแล้วเสร็จ (ไม่ได้รวมเล่มขายนะค้าบ) ประมาณ 2-3 เดือนนี้ครับ

โดยส่วนตัวแล้ว การเขียนบทความหรืองานเขียนประเภทกึ่งเรื่องสั้นนั้น ไม่ค่อยจะถนัดเท่าที่ควรครับ

แต่อยากจะลองเปลี่ยนแนวทางการเขียนดูบ้าง อย่างน้อยมันก็คือการได้ฝึกฝีมือของเราครับ

ฝากดูแลเหล่าตัวอักษรน้อยๆของผมด้วยนะครับ

 

จากหัวใจ โกธิค แดน. 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขาทั้งสองที่กำลังย่ำอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งของเรา

 

 

 

ตอนที่ ๐.๐๐๑ ภาพประกอบ กรุณานึกเอาเองล่ะกัน

 

"ไปหาดใหญ่ เท่าไหร่ครับ"

"ร้อยนึง คันนี้เดี๋ยวออกเลย เลขที่นั่งหลังสุดเลยนะ"

"หลังสุดเหรอครับ ... คือผมเมารถน่ะครั.."

"ถ้าไม่หลังสุด ก็รอคันใหม่มาล่ะ รีบรึเปล่า"

[..............................]

[..............................]

"ก็ได้ครับ คันที่ 27 นี่นะครับ .... , ขอบคุณครับ"

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

{หลับ}

.......

.......

"เอ้า ฉิ-บหายแล้วมั้ยล่ะ ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้วว่ะ" (คิดในใจ จุ๊ๆ อย่าอ่านดังๆนะ)

"พี่ครับ รบกวนถามหน่อยนะครับ คือว่า ตอนนี้ถึงหาดใหญ่แล้วยังครับ" (หันไปถามคนข้างๆ)

"อ่อ ถึงแล้วค่ะ" (พี่เค้าน่ารักจัง เสียดายที่ผมเป็นสุภาพบุรุษ คงไม่อาจไปสวมกอดเค้าในขณะนั้นได้)

"แล้ว... คือผมจะลงที่หน้าหาดใหญ่พลาซ่าน่ะครับ ไม่ทราบว่าใกล้ถึงรึยัง"

"เอ๋.. หาดใหญ่พลาซ่าผ่านมาตั้งนานแล้วค่ะน้อง ตอนนี้ใกล้ถึง บขส. แล้วล่ะ"

(ายห่- หลงทางซะแล้วเรา - -  อย่าว่ามันง่ายนักเลยครับ เพราะขณะนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่า บขส. นี่มันอยู่ส่วนไหนของหาดใหญ่, ไกลจากจุดหมายที่ผมจะไปรึเปล่า)

[นั่งสุกลี้ลุกลนอยู่บนรถไปสักระยะ ถึง บขส. แล้ว..... รถจอด, ขนสัมภาระ, ยืนเกาหัว ฯลฯ]

(ไอ้ครั้นจะถามทางคนอื่นก็ไม่กล้า ที่ไม่กล้าก็เพราะอาย ที่อายเพราะว่ามันไม่กล้า ก็มันอายนี่!!!)

เอาเป็นว่า ลากกระเป๋าเดินย้อนทางเดินรถดีกว่า ถ้าออกไปเจอถนนหลักได้ ก็น่าจะมีหวัง

(โทรไปบอกเพื่อนที่มันมารออยู่ที่หาดใหญ่พลาซ่า......)

"โง่เอ้ย กูว่าแล้วว่ามึงต้องหลับหลงทาง ...(คำไม่สุภาพ)...เอ๊ย"

"เออ กูขอโทษ ว่าแต่กูจะไปทางไหนดี ซอยแม่+งเป็นสิบๆซอย กูออกไปถนนใหญ่ไม่ถูก"

"แล้วกูจะรู้เหรอ กูก็ยังไม่เคยไปถึง บขส. เลยนะเว้ย มึงลองถามคนที่นั่นดิ"

"กูก็จะ...เอ่อ กูไม่กล้าถามว่ะ อายคน..."

"(คำไม่สุภาพสองถึงสามคำ)"

ตรู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

[เงียบ..สามนาที สิบสองวินาที]

"เดินต่อว่ะ ไม่ถามแม่-ให้อายคนหรอก กูน่ะหยิ่งเว่ย"

..........

.............

...............

..................

......................

..........................

[โบกมือเรียกมอ'ไซค์รับจ้างที่กำลังผ่านมาพอดี]

"พี่ครับ ถ้าไปหาดใหญ่พลาซ่าจะไปทางไหนครับ - เอ่อ คือผมไม่ได้จะไปกับรถพี่นะคับ สัมภาระมันเยอะน่ะ ผมแค่ขอถามทางหน่อยนึงน่ะครับ"

....

....

....

"ไกลนะน้อง น้องเดินไปที่ถนนใหญ่สิ เดินตามซอยนี้ไปเรื่อยแหละ แล้วไปรอรถสองแถวฝั่งนี้แหละ ไม่ต้องข้ามไปฝั่งโน้นน่ะ เดี๋ยวจะไปผิดทาง"  (พี่มอ'ไซค์ใจดีมากเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะให้ข้อมูลดีขนาดนี้)

"ขอบคุณมากครับพี่"......

[และผมก็เดินต่อไป..............

 

 

ผมห่างหายไปช่วงหนึ่งนี่ ก็คือผมขึ้นไปติวที่หาดใหญ่ครับ

วันนี้กลับถึงบ้านซะที เหนื่อยมากเลย (แต่ก็ไม่นอน)

เอาไว้จะมีตอนต่อไปมาเล่าสู่กันฟังนะครับผม

 

 

 

 

 

ทิพาวัลย์ ...

posted on 03 Apr 2008 00:18 by kuza

 

 

ทิพาวัลย์ ...

[คุณครูที่มีแต่ความหวังดีต่อศิษย์เสมอมา]

 

 

ฉันเองก็ไม่รู้....!!!!

ที่จู่จู่เธอกับฉันพลันพบหน้า

ทั้งที่เราต่างยุคสมัย,วัย,เวลา

ทั้งที่เราต่างที่มา...เราต่างกัน

 

จึงน่าบังเอิญยิ่งนัก....

ที่เราได้มารู้จัก ได้รักมั่น

บนเสี้ยวโลกซีกหนึ่งซึ่งผูกพัน

ทั้งทั้งที่โลกนี้นั้นช่างกว้างเกิน

 

อาจจะเป็นเพราะโชคชะตา....

ฟ้าทั้งฟ้า กว้างกว่ากว้าง สุดห่างเหิน

แต่...ที่สุดเราก็ต่างร่วมเผชิญ

แหละต่างร่วมทางเดิน...ร่วมเดินทาง

 

ในเส้นทางที่เราได้ยึดมั่น

เส้นทางที่เธอกับฉันร่วมสรรค์สร้าง

ก้าวละก้าว ฉับไวไม่ละวาง

ก้าวที่ก้าวเราจึงต่างถึงเส้นชัย

 

จึงรู้สึกว่าผูกพัน....

ก่อเกิดในช่วงวันอันชิดใกล้

แม้ดูเหมือนว่าวันวารที่ผ่านไป

อาจสั้นนักที่หัวใจรู้จักดี

 

ฉันเองก็ไม่รู้...

ที่จู่จู่ความรู้สึกก็ไหลปรี่

ภาพทรงจำของความคิดถึงในหนึ่งปี

ก็ยังคงหลากสี, แหละสวยงาม

 

ยังคิดถึงเธอเสมอ...

ไม่ว่าเธออยู่ที่ใด, ยังไต่ถาม

สบายดีหรือเปล่า, เราเฝ้าตาม

เหนื่อยหรือเปล่าในยามเธอท้อใจ

 

คิดถึงเธอจริงจริงนะ, ทิพาวัลย์...

และยังเสมอรักมั่นมิหวั่นไหว

ไม่ว่าเธอจะแยกทางไปห่างไกล

แต่...ตัวเธอจะเชื่อไหม, ในโชคชะตา...!!!

 

ถึงแม้ว่าตัวเธอจะต้องไป......

ไกลเกินกว่าจะส่งใจบินไปหา

แต่อยากให้เธอรับรู้อยู่ทุกครา

ว่าคิดถึงเธอหนักหนา..."ทิพาวัลย์"

................................................

ความทรงจำดีดีที่ผ่านมา

ฉันจะขอเก็บรักษา...กว่านิรันดร์!!!!

 

 

คุณครูที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่ง (และผมเชื่อว่าเพื่อนทุกๆคนในห้อง /2 ก็คงจะคิดเช่นนั้นเหมือนกัน)

กำลังจะลาออกเพื่อไปทำหน้าที่ตามเส้นทางฝันที่ดีกว่า 

ก่ิอนที่ครูจะไป ผมมีเรื่องหลายต่อหลายอย่างที่ยังไม่ได้บอกครูเลย 

ครูเป็นครูคนหนึ่งที่ดีมากๆ  และผมยังจำได้ว่า ไม่ว่านักเรียนจะมีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็ตาม คุณครูจะช่วยเหลือทุกครั้ง

แม้บางครั้งที่ครูเองต้องโดนกับปัญหาต่างๆที่เข้ามามากมาย

ครูเป็นคนที่อดทนมากๆคนหนึ่ง และเข้าใจหัวใจเด็กได้ดีเยี่ยม

คงไม่เวอร์เกินไปที่ผมจะบอกว่า รักครู ได้อย่างเต็มปาก

 

คิดถึงครูนะครับ

วันศุกร์นี้ห้องผมจะจัดเซอร์ไพรส์ อำลาคุณครู

ก่อนจะจบสิ้นการเรียน ม.6 ภาคเรียนที่ 1 ช่วงที่ 1 สักที

ผมก็คงได้พักชีวิตบ้างเหมือนกัน...

 

 

 

 

"เหนื่อยแสนเหนื่อยกับวันวัยขันแข่ง

เพื่อยื้อแย่งเส้นทางฝันของวันหน้า

พยายามมุ่งมั่นสรรตำรา

กวดวิชาเช้ายันค่ำด้วยจำใจ

 

ที่บ้านแนะ "เรื่องการเรียน" ต้องมาก่อน

"เรื่องเขียนกลอน" ค่อยทีหลังก็ยังไหว

อยู่ "มอหก" จงอดทน อดทนไว้

แล้วเส้นชัย "แพทยศาสตร์" เราอาจคว้า

 

จึงขอฝากจิตกวีที่บ่มร่ำ

ให้คนของความทรงจำช่วยรักษา

ผ่านหนึ่งปีที่สร้างฝัน...ขอสัญญา

จะกลับมาเขียนกลอนอีกครั้ง เหมือนดั่งเดิม

..............................................

...............................................

(ผ่านช่วงปีมอปลายหายเหนื่อยล้า

จะกลับมาวิ่งเล่น...เหมือนเช่นเคย)"

 

 

 

ต้องขอฝากจิตกวีไว้กับ "คนของความทรงจำ" ทุกๆคนใน exteen ช่วยกันรักษานะครับ

แล้วไม่นาน ผมจะกลับมารับคืน

 

สัญญาแล้วนะครับ   รักทุกๆคน เพราะทุกๆคนคือมิตรสหายที่ร่วมเดินทางผ่านโลกใบนี้พร้อมๆกับผม

 

 

ป.ล. ถึงแม้จะห่างหายไปนาน แต่ถ้ามีบทกวีใหม่ๆ มา ผมก็จะเอามาให้อ่านแน่นอนครับ

 

รอยยิ้ม....

 

 

 

ตอบ FAQ ซะที

posted on 29 Feb 2008 21:07 by kuza

 

ก่อนอื่น ต้องกล่าวคำว่า ขอโทษที่ตอบช้า นะครับ

บังเอิญว่าเวลาช่างไม่ประจบเหมาะเอาเสียเลย

ก็ช่วงก่อนหน้านี้มันเป็นช่วงโค้งสุดท้ายสำหรับการศึกษาภาคเรียนนี้แล้ว

ผมจะได้จบ ม.๕ ซะที (เหนื่อยมานานแล้ว กึก...)

แต่ดันมันช่างเวรกรรม ก่อนหน้าที่ผมจะสอบเพียง 1 สัปดาห์ ผมดันเป็นอีสุกอีใสซะนี่

 

 

ขอบอกว่า ตอนที่เป็นอีสุกอีใสอ่ะ ทรมานมาก ทั้งคัน ทั้งไข้ ทั้งนอนไม่หลับ

ที่สำคัญคือ รับสภาพตัวเองไม่ด้ายย ส่องกระจกทีไร อร๊ายย ผีตุ่มสุกใส

 

 

เหอะๆ ตอนนี้ผมเองก็เคลียร์เรื่องการเรียนหมดแล้ว (สบายซะที)

เรามาเริ่มตอบ FAQ กันเลยคร้าบบบบบบ

 

►1. น้องไอหื่น  ire_u

กับคำถามที่ว่า

เอ่ออ  น้องไอค่ะ น้องไอบอกว่า จะถามคำถามใช่มั้ยค่ะ

ไหนล่ะคะ คำถามน้องไอ

เอาเป็นว่า งานนี้น้องไอแพ้พี่ล่ะกัล เพราะพี่ไม่จอด ฮะๆๆๆ

 

 ►2. พี่ยิ-อุม  Yium

คำถาม ..... คำถามหลอ...ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะถามอะไรดี
งั้น ถามว่าผมควรจะถามคำถามอะไรดี 5555

คำตอบ  เอ่อ พี่ควรจะถามผมว่า "พี่จะถามคำถามทำไม"  ผงงนะพี่ 

 

คำถาม   ..."ทำไมชอบแต่งกลอน แต่งแล้วรู้สึกอย่างไร"

คำตอบ   ไม่ีรู้ิครับ รู้แค่ว่า เวลาเราแต่งกลอนแล้ว ได้อ่านมัน มันมีความสุขเล็กๆในหัวใจของผม ผมขอเขียนกลอนเพื่อความสุขของใจ ก็มากมายแล้วคับ

 

►3.  พี่ปั๊ม    PUMP201

 คำถาม  ...คุณชอบฤดูไหน ทำไม

คำตอบ   เชื่อป่ะว่า ผมชอบฤดูฝนที่สุดเลย เพราะผมเชื่อว่า ฤดูฝน เป็นฤดูแห่งปรัชญา และเป็นฤดูของการมีชีวิตใหม่ครับ

 

 

►4.  พี่วอสอิน     was_in

คำถาม ...

1.เวลาตายอยากตายแบบไหน
2.บอกสิ่งที่สามารถทำโดยลืมเวลา กินกิน ลืมนอนได้มาที
3.ตอนนี้ชอบใครอยู่หรือเปล่า
4.ตั้งชื่อลูกว่าอะไร
 
 
คำตอบ 

1. อยากตายแบบว่า เราเขียนกวีชิ้นสุดท้าย เราอ่านมัน เรามีความสุข เรามีความรัก เราพอใจ เราจึงจะตาย

2.อยากรู้เหรอ  เล่นคอม กับ อ่านหนังสือ  อย่างละครึ่งๆ ฮับ

3. ชอบคับ แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อนะ ไม่ดี

4. ถ้าผู้ชาย  ชื่อ  พนจร  (พะนะจร)    ผู้หญิงชื่อ  พริ้วพร  (เพราะดีมะคับ)

 

 

►5.  พี่หมอรัตนาดิศร   รัตนาดิศร

คำถาม  ..... "คิดได้ไง (ฟระ) ?

คำตอบ    พี่ลองถามบล๊อกข้างๆพี่ดูสิคับ ว่าผมคิดได้ไง

 

 

►6.  พี่โอ๊บ   Aob 

คำถาม   .... เคยแต่งกลอนจีบสาวหรือเปล่า55
ถ้าเคยขอให้นำมาลงได้มั้ยครับ อิอิ

คำตอบ    ไม่เคยคับ เคยแต่แต่งให้หนุ่มๆ เหวอ

อ่ะ อย่าเข้าใจผิดคับ แต่งให้เพื่อนมันไปส่งครูน่ะค้าบ แห่ะๆ

 

 

►7.  พี่ปิงค้าบบบ   ปิงกรู

คำถาม  .... 

1.ถ้าวันนึงได้รับการผ่าตัดดัดแปลงเป็นไอ้มดแดง KZ [kuza] จะช่วยโลกมั้ยครับ? และทำไมถึงเลือกแบบนั้น?

1.ชอบสาวแว่นมั้ยครับ

1.อยากให้ช่วยคิดคำทู่มาซักประโยคครับ [คำที่เหมือนจะคม แต่ก็ไม่คม] ผมอยากได้เอาไปลงหัวบล็อค

1.เคยฝันแล้วสะดุ้งตื่นมั้ยครับ ถ้าเคย แล้วจำได้มั้ยครับว่าฝันเรื่องอะไร

1.ถ้าหมูจีนกับหมูอินเดียมาเจอกัน คิดว่ามันจะคุยกันรู้เรื่องมั้ยครับ

1.เวลาใส่เสื้อผ้า ชอบใส่เสื้อหรือกางเกงก่อนครับ

1.เลิกใส่กางเกงในลายการ์ตูนตอนไหนครับ หรือว่าไม่เคยใส่

 

คำตอบนะ 

1.  ไม่ช่วยครับ เพราะ เอาเวลาไปเขียนกลอน เล่นคอม ดีกว่ามั้ง

1.  ชอบคับ เสป็คเลย

1. "เพราะความรักอันยิ่งใหญ่ ใบไม้จึงสังเคราะห์แสงเพื่อเป็นอาหารแก่มวลมนุษย์ได้"  ทู่ดีมะคับ

1. เคยครับ หลายครั้งด้วย ส่วนมากเป็นเรื่องดีๆ คับ ตื่นมาแล้วร้องไห้ เพราะอยากฝันต่อ

1. ไม่เคยไปถามมันนะครับ แต่คิดว่า มันคงคุยกันรุ้เรื่อง

    [หมูจีน]  อู๊ด อู๊ก อู๊ ..

    [หมูอินเดีย]  อ่อ สะบระ อู๊ด อู๊ด สะบรืออออ

1 . ใส่กางเกงในก่อนคับ  ฮี่ๆๆๆ

1.  ใส่กางเกงในครั้งแีรก ป.2 คับ จิงๆนะ ไม่ได้โกหก  ใส่ลายการ์ตูนจนถึง ป.6 อ่ะ   (แล้วจะถามไปเพื่อ??)

 

 

สุดท้ายคับ

►8. พี่บุษบาฯ ชาญสมร ~*๐บุษบาไร้พ่าย๐*~ 花

คำถาม ..... จะให้อภัยที่หายไปนานได้มั้ยครับ?

คำตอบ  แล้วผมจะโกทำไมละค้าบ  พี่หายไปนาน ผมจะบังคับพี่ได้เรอะ

 

 

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

ครับ ได้เวลาปิด FAQ อย่างสมบูรณ์คราบบบ

ขอบคุณสำหรับทุกคำถามนะครับ

แหะๆ เสียดายที่ไม่มีใครถามคำถามส่วนตัวๆ มากกว่านี้

อยากตอบเรื่อง "ลับๆ"  ใจจะขาด

ฮ่าๆๆๆ 

 

 

 

 

ผมจะควรขึ้นต้นเอนทรี่นี้ยังไงดีคับ

เอ่อม แบบว่า ก้อไม่รุ้สินะคับ อายจัง

แต่ที่แน่ๆ คือ วันนี้เป็นวันพิเศษที่สุดวันนึงในชีวิต

จริงๆผมคิดไว้ว่า มันควรจะเป็นในวันที่ 14 ก.พ. นี้มากกว่าอีก

แต่ในเมื่อเวลาที่ผมรอคอยมันยาวนานเกินไป ผมจึงไม่อาจควบคุมความปรารถนาอันแรงกล้านั้นได้

วันนี้ ผมตัดสินใจแล้วล่ะว่า เป็นยังไงก็เป็นกัน เอาว่ะ ลองสักที ถ้าพ่อแม่ไม่รู้ ก็คงไม่เป็นอะไร

 

ความปรารถนาอันร้อนเร่า เนื่องนำให้ทุกเส้นประสาทของผมต้องสั่นสะท้าน และกระตุกทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้

มือผมสั่น ไม่นิ่ง ขยุ้มนั่นนี่ไปมา แต่ละนิ้วก็พร้อมขยำไปยังสิ่งหวงห้ามนั้นนน

 

อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

โอ้วววววววววววววววววววววววววววววววว

ซี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

 

 

 

 

 

ผมทำอะไรลงไปน่ะ  ผมกำลังเคาะแป้นคีย์บอร์ดอย่างหุนหัน

เพื่อจะเปิดเอ็นทรี่ให้ทุกๆคนถาม  FAQ กัน

แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจ ผมไม่อยากเปิด FAQ วันนี้เลย

แต่ไหนๆ เรื่องก็ถึงขั้นนี้แล้ว ผมจึงขออนุญาตเปิดบริสุทธิ์ (FAQ) นะคับ

แฮ่ะ  คิดไปถึงไหนล่ะ