"ปีกฝันอันเสรี [ก้าวสู่วิถีหนุ่มพเนจร]"
"ค่ำลงแล้ว ผู้คนบ้านนา
อยู่ตามประสา
กลับจากนากินข้าว
ทุกบ้านเรือน
แสงตะเกียงพราว
ไอ้เผือกตาวาว
ด้วยแสงไฟไล่ยุง...."
เครื่องเล่น Mp3
ของผมกำลังทำงาน
เพลง
‘ฝนแรก' กำลังบรรเลงท่วงทำนอง
หากวันนี้จริงๆฝนไม่ตก
พลัน,
แว่วเสียงหัวใจตัวเอง
น่าแปลก! ที่ผมได้ยินมัน
ทั้งๆที่รอบข้างเต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน
สนามรบทางการเรียนยุติลง
ชั่วครู่ชั่วคราว
-
และจะเริ่มต้นขึ้นใหม่
แต่ตอนนี้
ผมขอพักก่อน
อาจจะเหนื่อย
-
บางทีผมอาจอ่อนแอต่อโลกใบนี้เกินไป
อาจจะเบื่อหน่าย
-
เพียงผม, มีเพียงผมคนเดียว
บ้านทั้งหลัง
มนุษย์ตัวเล็กอาศัยมุมของความเหงาเป็นที่หลบซ่อนตัว
แต่ผมควรทำอะไรบางอย่าง
หากไม่มากเกินไป
ตอนนี้ผมอยากบินหนีกาลเวลา,
สังคม และพันธะ!!
ผมต้องการความเป็นอิสระ
เข้าใจผมบ้างเถอะ
ผมต้องการอิสระ.......
ผมจะไม่ปล่อยให้ความต้องการครั้งนี้เป็นพียงความฝัน
เหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา
ที่มันผ่านไปเพียงฝัน
เพลง
ฝนแรก จบลง
ฝนก็ยังไม่ตก
เพลงถัดไป,
เริ่มบรรเลงต่อ
"บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์
หนุ่มพเนจรท่องไปตามฝัน
ฝันของเจ้าดูเลิศล้ำลาวัณย์
ฝันเจ้าฝัน
ว่าโลกพิสุทธิ์ เมลืองมลัง..."
น่าแปลกอีกครั้ง...
เมื่อระหว่างหมอกฝัน
ผมยืนอยู่
ณ ริมถนนสายหนึ่ง
ผมออกจากบ้านของผมได้อย่างไร
และที่ซุกหัวนอนผมอยู่ไหน
ผมไม่รู้
ผมไม่รู้จักถนนสายนี้
ไม่รู้ทิศทางข้างหน้า
แต่ทว่าผมกลับรู้สึกคุ้นเคย
(ถ้านี่คือความจริง
สิ่งที่ผมควรจะทำ
ก็ต้องเริ่มต้นจากที่นี่,
ถูกไหม?)
ผมว่า,
อากาศภายนอกนั้นดีกว่าอากาศในซอกมืดที่บ้านผมหลายเท่า
ที่นี่
ผมรับรู้ถึงลมหายใจของผู้ที่ผ่านมาก่อน
และลมหายใจของตัวเอง,
ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
รองเท้าแตะ(หนังแท้อย่างดี)
มันทำหน้าที่ได้อย่างเยี่ยมยอด
เมื่อผมก้าวเท้าเดิน,
ดอกไม้บานต้อนรับ
เมื่อผมยิ้ม,
โปรยความหวังก็ผลิช่อชูใบ
ผมรู้สึก
"ดี" ต่อโลกกว้างใบนี้
มากขึ้น
มากขึ้นกว่าเดิม.....
..........................................
..........................................
..........................................
"...ไม่ใช่ผมเพียงคนเดียวที่จะต้องใช้ชีวิตตามลำพัง..."
โลกใบนี้ให้คำตอบผม
"ทั้งนั้น, ที่จะต้องอยู่ด้วยตัวเอง"
โลกใบนี้สอนผม
"จงรู้จักที่จะอยู่ตามลำพัง แหละเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างนั้นให้ได้
เพราะทางข้างหน้าต่อไป
เราต้องพเนจรตามวิถีของเราอยู่เพียงคนเดียว...."
โลกสอนผม
-
ผมเข้าใจ
ตอนนี้ผมก็อยู่คนเดียว
และไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว
สำหรับผม
การพเนจร
คือ
การเดินทางตามวิถีฝัน
ผมจึงพเนจรต่อไปเรื่อยๆ
เส้นทางทอดไกล
เกินกว่าสายตาผมจะมองเห็นปลายทาง
แต่ผมไม่เคยพรั่นต่อเส้นทาง
จะไกลเพียงไหน,
ผมก็จะเดิน
เพราะผมรู้ดีว่า...จุดหมายยังอยู่ข้างหน้า
มีโอกาสเป็นหนึ่ง
สำหรับปลายทางข้างหน้า
ผมคิดเสมอ
แค่เพียงผมยังพเนจรต่อไป
"บิน บิน บิน บินไป
บินไป
บินไป เหมือนใจหนี
เสียงดนตรีบรรเลงเหมือนใจดิ้น
แม้จะเจ็บปวดช้ำน้ำตาริน
ปีกยังบิน
ตายังจ้องมองทาง..."
หากเปรียบตัวผมเป็นนกน้อยตัวหนึ่ง
ผมก็คงจะต้องเป็นนกที่ทะเยอทะยานทีเดียว
บินผ่านฟากฟ้าอันแสนไกล
แม้ไม่เห็นจุดหมาย
"จะเหน็บหนาวร้าวรวดปวดใจกาย
ก็ยอมตายเพื่อฝันอันสูงศักดิ์
พลีชีวิต,
เลือดเนื้อ - เผื่อปันรัก
โลกประจักษ์ฝันนั้นนิรันดร"
เชื่อไหม
-
ยังมีเรื่องราวดีๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้
ทุกๆวินาที,
ช่างน่าจดจำ
แหละผมเองคงบรรยายได้ไม่หมด
ขอเพียงคุณ
-
ผู้ร่วมลมหายใจเดียวกันกับผม
เปิดโอกาสให้ตัวเองลองพเนจรตามเส้นทางฝันของคุณดูบ้าง
ก็จะดีไม่น้อย
-
ในวงสนทนา คุณจะมีเรื่องราวหลากร้อยพันที่จะสรรหามาเล่า
เชื่อผมสิ,
มันไม่เหนื่อยไปกว่าที่คิดไว้หรอก
ไม่ยากด้วย
-
ก็แค่ก้าวเท้าตามเส้นทางสายฝัน
ก้าวไปเรื่อยๆ....ไปเรื่อยๆ.........
แม้จะยังไม่พบกับจุดหมายปลายทาง
ไหนๆก็ฮึดเดินมาซะตั้งไกลแล้ว
ก็ต้องกล้า และบ้าเดินต่อไป...จริงไหม
จุดหมายอยู่ไม่ไกลหรอก
ถ้าชีวิตนี้ยังไม่สิ้น
ยังไงก็ต้องเจอกับมันเอง,
สักวันหนึ่ง...
"บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์
หนุ่มพเนจรกระเป๋าเดินทาง
มุ่งไปเถิดสู่ขอบฟ้าลางลาง
โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้ายังเดิน
...
...
โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้ายังเดิน!!!"
...แด่ฝันของนักพเนจร...
Gothic Dan.
@Cafe' de La Moon
Sep. 15 08
edit @ 19 Sep 2008 22:42:17 by แดนไกล ไลบีเรีย