:::เงือก:::

posted on 14 Oct 2007 21:38 by kuza

                                                           :::เงือก:::    

 

 

 

(1)

 

                ตำนานเก่าแก่บอกผมว่า - ใต้ท้องทะเลสีครามเขียว ดำดิ่งลึกสู่ก้นทะเล เราอาจพบกับบางสิ่งมีชีวิตลึกลับ มันมีความเชื่อ ตำนาน เทพนิยายต่างๆ กล่าวอย่างนั้น ... ผมกำลังหมายถึง นางเงือก สิ่งมีชีวิตในตำนานที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ความอ่อนหวานของเธอทำให้มีชายหนุ่มหลายคน กล้าที่จะเสี่ยงชีวิตดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลลึกเพื่อตามหาเธอ ... แต่ไม่มีชายผู้กล้าหาญคนใดเลยที่จะพบกับเธอ และอาจมากไปกว่านั้น ... คือไม่มีใครสักคนที่จะมีโอกาสรอดชีวิตกลับมาเลย

 

                "มึงจะตามหานางเงือกในตำนานจริงๆ เหรอว่ะ" ไอ้ตุลย์ เพื่อนสนิทของผมถามผมด้วยสีหน้าไม่เชื่อในความคิดของผม

                "ก็เออสิวะ" ผมตอบ "กูเชื่อว่านางเงือกมีอยู่จริงว่ะ ... ไม่รู้สิ กูว่ามันมีอะไรบางอย่างที่บอกได้ว่ามันมีอยู่จริง - ตำนาน เทพนิยาย รูปสลัก ... มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ที่มันจะมีเรื่องราวของนางเงือกถูกบันทึก จารึกอยู่ในทุกตำนานของโลก - หรือมึงว่ายังไง" ผมลองหยั่งเชิงถามไอ้ตุลย์กลับ

                "กูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่ะ ... คือ หมายถึง กูไม่เชื่อว่ามันจะมีจริงในโลกนี้ไง มันอาจมีอยู่แค่ในคำบอกเล่าของคนโบราณเท่านั้นเอง หลักฐานที่เป็นนางเงือกตัวเป็นๆ ยังไม่มีใครเห็น" มันตอบ

                "ก็กูนี่แหละจะเป็นคนแรกที่จะเจอหลักฐานชิ้นสำคัญ กูนี่แหละวะที่จะออกตามหานางเงือกตัวเป็นๆ - มึงจะว่ากูไร้สาระ เพ้อเจ้อ หรืออะไรก็ได้ แต่กูเชื่อของกูอย่างนี้เว้ย" ผมกระแทกเสียงใส่มันด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมของผม

 

(2)

 

                ผมเป็นคนที่เชื่อในการมีอยู่จริงของนางเงือก พ่อแม่ของผมชอบเล่าตำนานของนางเงือกให้ผมฟังตั้งแต่ผมยังไม่เข้าเรียนอนุบาล แม้กระทั่งผมจบปีการศึกษาระดับมัธยมไปแล้วก็ตาม ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมพ่อแม่ของผมถึงได้โปรดปรานกับตำนานนางเงือกนี้หนักหนา แต่เรื่องเล่าขานต่างๆมากมายที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปแบบของนิทานก่อนนอน กลับกลายเป็นความคิดที่ฝังใจผมนับแต่นั้นมา ... เรื่องที่ว่านางเงือกอาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลบริเวณสะดือทะเลที่ลึกที่สุด เรื่องที่นางเงือกจะขึ้นมาแหวกว่ายบนผิวน้ำและขึ้นมานั่งเล่นบนชายหาดริมฝั่งทะเลในคืนที่ดวงจันทร์ส่องแสงสว่างไปถึงพื้นก้นทะเล  และรวมถึงเรื่องที่นางเงือกมีมนต์สะกดใจชายหนุ่มให้หลงใหลเธอ และตามเธอลงไปยังใต้ทะเลลึก ก่อนจะฆ่าชายผู้นั้นให้ตายด้วยความทรมาน - เรื่องเล่าทั้งหมดนี้ ผมได้ยินได้ฟังมาหมดแล้วทั้งนั้น

                พอโตขึ้น ผมเลือกเข้าเรียนในคณะวนศาสตร์การประมง ของมหาวิทยาลัยรัฐที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมมีโอกาสที่จะค้นคว้าศึกษาข้อมูลเรื่องราวของนางเงือกได้มากยิ่งขึ้น ทั้งจากตำราวิชาการอ้างอิง สารคดี ตำนานต่างๆในห้องสมุดคณะ และรวมถึงคำบอกเล่าของลุงแก่ๆที่เป็นภารโรงประจำคณะผมมานานแล้ว

               

                "ลุงก็ไม่รู้หรอกนะว่าเงือกมันจะมีจริงหรือเปล่า แต่เอ็งเชื่อสิว่าเมื่อสิบห้าสิบหกปีก่อน พวกอาจารย์ในคณะนี่แหละมาขอให้ลุงช่วยขนซากตัวประหลาดอะไรก็ไม่รู้ จะว่าไปมันก็คล้ายปลา แต่มันก็ไม่ใช่ เพราะแทนที่มันจะมีครีบ มันกลับมีแขน ... ขนาดตัวมันเท่าเด็กสี่ห้าขวบได้มั้ง ลุงเห็นซากมันชัดเลยล่ะ - แต่ที่ลุงไม่แน่ใจน่ะ ก็เพราะว่าหน้ามันก็ไม่ได้คล้ายคนมากนัก ใบหน้ามันดูน่ากลัวน่าขยะแยงมากกว่านะตอนที่ลุงเห็นมันครั้งแรก รู้ไหม เรื่องนี้น่ะจริงๆแล้วทางอาจารย์ที่คณะกำชับให้ลุงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด - แต่ลุงเห็นเอ็งน่ะอยากรู้ ลุงก็เลยเสี่ยงบอกเอ็งไป"

 

                แน่ทีเดียว คำบอกเล่าจากปากของลุงภารโรงยิ่งทำให้ผมมั่นใจที่จะพิสูจน์เรื่องนี้มากขึ้น ผมเริ่มโปรเจคท์การค้นหานางเงือกนี้ด้วยการค้นคว้าข้อมูลทั้งหมดเท่าที่ผมจะหาได้ พยายามสรุปความน่าจะเป็น และเหตุผลเกี่ยวข้องที่ผมจะศึกษา แล้วนำเสนอต่ออาจารย์ประจำคณะ - ผลที่ออกมาคือไม่ว่าจะกี่ครั้ง โปรเจคท์ของผมก็ไม่เคยผ่านการพิจารณาเสียที ด้วยเหตุผลที่อาจารย์ให้ไว้ว่ามันไร้สาระ และเหตุผลที่สนับสนุนไม่มากพอ สำคัญที่สุดอาจารย์มักจะบอกว่า เป็นโปรเจคท์ที่ "เกิน" ความเป็นจริง ... จะมีใครบ้างล่ะที่เชื่อเช่นเดียวกับผมว่านางเงือกมีอยู่จริง หาได้มีอยู่แต่ในตำนานไม่ ... ผมจะต้องหาทางทำให้โปรเจคท์นี้สำเร็จให้ได้

 

(3)

 

                หลังจากโปรเจคท์ผมได้รับการประเมินว่า "ไม่ผ่านการพิจารณา" ติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ พร้อมกับความเห็นของอาจารย์หลายท่านว่าผม "เพ้อเจ้อเกินเหตุ" และ "จิตผิดปกติ" ... ผมจึงจำเป็นที่จะต้องลงมือหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดด้วยตัวผมเอง เพื่อที่จะนำมาอ้างอิงและทำให้ทุกคนเชื่อว่า ผมไม่ได้คิดอะไรเพ้อเจ้อไปเอง และหลักฐานชิ้นสำคัญนั้นก็คือ รูปถ่ายของนางเงือกที่ผมจะเป็นคนถ่ายจากมือของตัวเองเท่านั้น

 

                "พร้อมแล้วหม้าย นายหัว เรือจะแล่นแล้ว" สำเนียงแปร่งทองแดงของลูกเรือที่ผมจ้างมาทำงานดังขึ้นมาจากทางด้านหัวเรือ ผมจึงตะโกนกลับไป

                "เรียบร้อย ออกเรือได้เลย"   "ไปที่ลึกที่สุดเลยนะ"

                "ได้ครับ แต่ว่านายหัวมั่นใจแล้วรึว่าจะพบนางเงือก - หาหม้ายใครเคยพบมันเลยนะ มีแต่คำโบราณที่แหลงต่อๆกันมา ผมว่ามันออกจะเป็นเรื่องขี้หกด้วยซ้ำ" ลูกเรือที่ผมจ้างมาถามผมด้วยความไม่มั่นใจ ก่อนที่สักพักผมจะตอบคำถามของเขาด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมในตัวเอง

                "แน่นอน แล้วผมจะต้องเป็นคนแรกที่จะพบนางเงือก"

 

                เรือประมงขนาดเล็กกำลังมุ่งหน้าสู่ท้องทะเล ไกลจากฝั่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลับฝั่งไป สักพักใหญ่ลูกเรือของผมก็พาผมมาถึงตำแหน่งที่เขาบอกว่าเป็นจุดสะดือทะเลที่มีความลึกมากที่สุด

 

                "ผมต้องจอดเรืออยู่ตรงนี้ เข้าแค่กว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะตรงกลางสะดือทะเล น้ำมันวน เดี๋ยวเรือมันจะจมเอาครับ" ลูกเรือบอกผมหลังจากที่ดับเครื่องยนต์เรือเรียบร้อยแล้ว

               

                ผมเตรียมอุปกรณ์และชุดดำน้ำ กล้องถ่ายรูปและวิดีโอในตัวพร้อมสำหรับการค้นหาพิสูจน์หลักฐาน ผมสูดหายใจลึกแรงๆสองสามที ก่อนกระโจนลงสู่ท้องทะเลเบื้องล่าง

 

                ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

               

                เสียงน้ำแตกกระเซ็น ผมว่ายน้ำเข้าสู่เขตสะดือทะเลและดำลึกลงสู่พื้นทะเลเบื้องล่าง ผมดำลึกลงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ผมหันขึ้นมามองข้างบนอีกทีก็ไม่เห็นเงาของท้องเรือแล้ว ผมหันหน้ากลับมาอีกที - สายตาของผมมองเห็นอะไรบางอย่าง

 

                อะไรบางอย่างที่ว่านั้น "ใช่ ต้องใช่นางเงือกแน่ๆ" ผมคิดเข้าข้างตัวเอง ... พอตั้งสติได้ผมจึงว่ายน้ำตามอะไรบางอย่างนั้นไป ลึกขึ้น ลึกขึ้น ลึกขึ้น........

 

                แต่แล้วมีบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับผม ผมรู้สึกแน่นหน้าอก ควบคุมทิศทางการว่ายน้ำไม่ได้ เหมือนผมถูกแรงดึงดูดมหาศาลดึงผมให้เข้าไปอยู่ในกระแสน้ำวน ผมพยายามออกแรงว่ายน้ำขึ้นมาสู่ผิวน้ำ แต่ผมไม่อาจต้านทานแรงอันมหาศาลนั้นได้ ผมกำลังถูกกระแสน้ำวนดูดลงไปยังเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

 

                อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

 

 

 

(4)

 

                ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ไอ้ตุลย์เพื่อนสนิทของผมไปติดต่อธุระอะไรบางอย่างของมัน

               

                "พยายาบาลครับ ผมมาเยี่ยมเพื่อนของผมที่ชื่อ กฤต ธนทรัพย์ ครับ คือ ผมอยากทราบอาการของเพื่อนผมน่ะครับว่าเป็นยังไงบ้าง" ไอ้ตุลย์ถามพยาบาล

                "ค่ะ สวัสดีค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ" พยาบาลกล่าวต้อนรับ พร้อมเคาะแป้นคีย์บอร์ดค้นหาข้อมูลของคนที่ไอ้ตุลย์ถามหา สักพักจึงเรียกไอ้ตุลย์มาพบ

                "กรุณาตามดิฉันมาเลยค่ะ ดิฉันจะพาไปพบแพทย์เจ้าของคนไข้ค่ะ"

               

                ไอ้ตุลย์เดินตามนางพยาบาลจนถึงห้องของนายแพทย์ผู้หนึ่ง นางพยาบาลชี้แจงไอ้ตุลย์ก่อนจะขอตัวไปทำธุระอื่นๆ

                "ถึงแล้วค่ะ นี่ห้องคุณหมอศักดิ์สิทธิ์ค่ะ แพทย์เจ้าของคนไข้ที่คุณต้องการพบ - เชิญเข้าไปคุยกับท่านข้างในนะคะ ดิฉันขอตัวก่อนค่ะ"

 

                ไอ้ตุลย์เดินเข้าไปในห้อง นายแพทย์หนุ่มนั่งทำงานอะไรบางอย่างอยู่ ไอ้ตุลย์ยกมือสวัสดีก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้สตูลสแตนเลส

                "สวัสดีครับหมอ คือผมเป็นเพื่อนของคนไข้ที่ชื่อ กฤต ธนทรัพย์ ครับ ผมอยากทราบว่าอาการของเพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับ"

 

                นายแพทย์หนุ่มเงยหน้าสบตากับไอ้ตุลย์อยู่พักใหญ่ ก่อนที่ให้คำตอบกับมัน สีหน้าของไอ้ตุลย์ไม่สู้ดีนักเพราะกลัวคำตอบที่ออกมาจะร้ายแรงกว่าที่มันคิด

                "เอ่อ ... เพื่อนของคุณ ตอนนี้ทางโรงพยาบาลของเราได้กักตัวไว้ดูอาการชั่วคราวก่อนนะครับ พอดีว่าเมื่อวานมันเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น - คนไข้เพ้อหนักแต่เรื่องนางเงือกอีกแล้ว คราวนี้ถึงกับกระโดดสระน้ำด้านหลังโรงพยาบาล คงคิดว่าตัวเองกำลังไปตามหานางเงือกอยู่มั้งครับ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ของเราช่วยชีวิตไว้ได้ทันเวลาพอดี" หมอหนุ่มเว้นช่วง ดูทีท่าของไอ้ตุลย์ก่อนจะพูดต่อ             "พักนี้เพื่อนของคุณมีอาการทางจิตที่รุนแรงมากขึ้น ยังไงทางโรงพยาบาลก็คงจะต้องเข้มงวดและดูแลเพื่อนคุณอย่างใกล้ชิดกว่านี้แล้วล่ะครับ - อ้อ ทางที่ดีคุณน่าจะลองหาตุ๊กตานางเงือกให้เขาสักตัว ผมคิดว่าเขาอาจเลิกเพ้อถึงนางเงือกในตำนานอะไรนั่นของเขาก็ได้นะครับ"

 

                "เฮ้อ โชคดีที่มันยังไม่ตาย" ไอ้ตุลย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ขอบคุณคุณหมอนะมากนะครับที่ช่วยดูแลเพื่อนผม ไว้ยังไงผมจะลองซื้อตุ๊กตานางเงือกให้มันดูสักตัวแล้วกันครับ" ไอ้ตุลย์เงยหน้าสบตากับหมอหนุ่มอีกครั้ง

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เอาการ์ดเงือกให้ด้วยสักใบนะ
อิอิ เด๋วจะบอกไอตุลย์ให้นะครับ อิอิ
หง่า โดนหลอก! อ่านมาไม่นึกว่าอยู่โรงบาลบ้า...
เคยมีป้าเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า เขาเคยเห็นนางเงือก (แต่บ้านป้าเขาอยู่อยุธยา เป็นคลองง่ะ ไม่ได้เป็นทะเล) ป้าบอกว่า เขาจะขึ้นมาสางผม แต่พอรู้ว่ามีคนเห็นเขา เขาจะกลายเป็นลูกมะนาว (จำผิดจำถูก ป้าเล่ามานานเเล้ว)
แล้วข้าน้อยก็เชื่ออ่ะนะ แต่ก็อยากเห็นของจริงอยู่ดี ไม่รู้ว่าอย่างนี้ต้องไปเข้าโรงบาลบ้าด้วยอ๊ะเปล่า

#3 By knights of gemini on 2007-10-15 00:05

สงสารจังเชื่อเรื่องนางเงือกเกินเหตุ angry smile

#4 By หยก (118.172.230.61) on 2008-05-21 19:54