Poem-of-Life

ดอกไม้....ที่บอบบาง

posted on 09 Dec 2006 21:12 by kuza  in Poem-of-Life


วันนี้ ก้อเอากลอนบทแรกมาลง (กลอนนี้ถือได้ว่าเป็นกลอนประจำใจเลยมั้ง)

ยังไงก้อช่วยๆกันเม้นท์นะคับ เป็นกะลังใจให้ด้วยล่ะกันนะงับ

<><><><><><><><><><><><><><><><><>


ดอกไม้ที่บอบบาง

 

 

 

 

 

ดอกไม้ดอกหนึ่งร่วงสู่ห้วงพื้น

 

ไหลลื่นไปตามธารกระแส

 

ปลิวพัดตามลมหวนที่ปรวนแปร

 

กลีบช้ำเพราะอ่อนแอเกินต้านทาน

 

 

 

เจ้ายังอ่อนต่อโลกที่โหดร้าย

 

จึงมักพ่ายต่อเล่ห์คำหว่านหวาน

 

ถูกกดรัดคับแค้นแสนทรมาน

 

และเนิ่นนานผ่านพ้น....เจ้าทนนัก

 

 

 

ไยไม่ลองปล่อยวางตามทางบ้าง

 

ถึงบอบบางแต่ต้องแฝงแกร่งในฝัก

 

เรียนรู้โลกที่หมุนผ่านด้วยความรัก

 

และรู้จักใช้ชีวิตคิดให้เป็น

 

 

 

ถึงแม้ดอกไม้จะบอบบาง

 

แต่โครงร่างภายในย่อมฉายเด่น

 

ดอกไม้ที่เคยผ่านช้ำผ่านลำเค็ญ

 

ก็ย่อมเห็น...เป็นกำไรในชีวิต

 

............อยากให้ทุกคนมีกำลังใจในการใช้ชีวิตนะครับ.........







edit @ 2006/12/09 21:32:06
edit @ 2006/12/09 22:29:06
edit @ 2006/12/11 02:06:29



วันนี้ผมก้อจะเอากลอนที่มีคุณค่าต่อชีวิตของใครหลายๆคน เอามาให้อ่านกันนะครับ

บทนี้ผมแต่งเอาไว้นานแล้วเหมือนกัน หวังว่าทุกคนคงชอบนะครับ...... :P








ทางไกล เราก็ไม่แพ้


...เส้นทางอันยาวไกลทางใดนั้น
ที่เคยฝันจะเดินไปถึงปลายหมาย
ย่อมมีผ่านวารวันอันตราย
ย่อมมีร้ายในถนนหนทางเดิน

แต่หากใจยังหวังยังเดินต่อ

จงอย่าท้อกับทางระหกเหิน
เพียรอดทนมุ่งไปไม่ไกลเกิน
กล้าเผชิญอุปสรรคที่ขวางตา

จะก้าวข้ามแม่น้ำลำไหลเชี่ยว
มุ่งลดเลี้ยวตามขอบแถวแนวภูผา
ทนปีนป่ายขึ้นไปถึงปลายฟ้า
และดำดิ่งสู่มหาสีทันดร


ถึงแม้มีพายุลมฝนร้าย
คอยทำลายแรงใจให้เหนื่อยอ่อน
หรือถูกแดดแผดเผาด้วยเงาร้อน
ก็อย่าท้อย่อหย่อนกับภัยใด

จงฝ่าฟันดั้นไปให้ถึงฝัน
ด้วยมุ่งหวังถึงวันอันสดใส
เส้นทางที่ดูเหมือนจะยาวไกล
 
เราจะพิชิตได้...เราไม่แพ้...



กะอีกบทนึงคับ







ความหวังครั้งสุดท้าย ก็เกิดได้หากใจทน


ฝนสาดเทลงซัด
พายุจัดพัดถลา
ฟ้ามืดมัวสายตา
ลมกล้าเริ่มเพิ่มแรงลม

อากาศหนาวบาดเนื้อ
เมื่อฝนซ้ำทำตัวตรม
ทางลื่นชื้นหมักหมม
จมสู่เจ็บเหน็บหนาวนาน

ครืน ครืน เสียงฟ้าร้อง
ด้วยทำนองก้องกังวาน
พิโรธคำรามราน
ดวงมานข้าพาตกใจ

ก้าวย่างสู่ทางโล่ง
อันปลอดโปร่งไร้ผู้ใด
ยิ่งก้าวก้าวต่อไป
ก็เริ่มล้าเพราะพายุ

อดทน เอ้า อดทน
เดินสู้ฝนอย่างเดือดดุ
ความเหิมเริ่มปะทุ
“จะถอยหลังได้อย่างไร”

เดินต่อ เอ้า เดินต่อ
อย่างเพิ่งท้อกับสิ่งใด
ฝนฟ้าไม่เป็นใจ
ก็จงหยัดจงฝืนเดิน

ข้างหน้าแล้วข้างหน้า
จะคว้าชัยไม่ไกลเกิน
จุดหมายได้เผชิญ
จะคุ้มค่าที่ฝ่าฟัน

แม้นมีอุปสรรค
ก็จงจักสู้กับมัน
อดทนพ้นวารวัน
ผ่านเวลาอย่างท้าทาย

แล้วจึงจะได้ยล
ฟ้าหลังฝนล้นความหมาย
ความหวังครั้งสุดท้าย
ก็เกิดได้หากใจทน





edit @ 2006/12/11 02:01:13

หากโลกนี้ไม่มี..."คน"

posted on 07 Jan 2007 23:58 by kuza  in Poem-of-Life










หากโลกนี้ไม่มี..."คน"




โลกนี้มิเคยหมอง
หากคนครองด้วยเที่ยงธรรม
โลกนี้มิหม่นดำ
หากปราศจากเศษซากกลี

โลกนี้มิเคยร้อน
หากคนผ่อนซึ่งแสงสี
โลกนี้ปราศราคี
หากชาวประชาละสามานย์

โลกนี้ปราศเข่นฆ่า
หากชาวประชาสันติศานต์
โลกนี้มิเดือดดาล
หากอุ่นไอจากไมตรี

โลกนี้มิเคยเศร้า
หากคนเราเปี่ยมยินดี
โลกนี้ปราศกาลี
หากบทธรรมค้ำจุนใจ

โลกนี้มิเคยหม่น
หากผู้คนจิตสดใส
โลกนี้มิยากไร้
หากทุกใจร่วมแบ่งปัน

โลกนี้มิเคลื่อนไหว
หากเป็นไปตามวารวัน
โลกนี้สงบงัน
หากโลกนี้ไม่มีคน


edit @ 2007/01/08 00:00:23

วัฏจักรแห่งอรุณ

posted on 11 Jan 2007 23:56 by kuza  in Poem-of-Life






วัฏจักรแห่งอรุณ


เมื่อตะวัน ผันกาย เหนือขอบฟ้า
โลกก็จ้า แจ่มหวัง เจิดรังสี
สยบความ หนาวพร่า ของราตรี
หลากชีวี เริ่มเคลื่อนไหว ไปตามกาล


เราจึงเห็น ความพลิ้วไหว ของใบไม้
ที่พลิ้วรับ อุ่นไอ อันแผ่ซ่าน
ดอกไม้ใน เมืองหลวง ก็ผลิบาน
เด่นตระหง่าน ระหว่าง ตึกสูงชัน


ชั่วใบไม้ สะบัดใบ ไหวไหววิ่ว
ใจก็พลิ้ว ตามลม ที่เริ่มผัน
หลากชีวิต ใช้ชีวิต ไปตามวัน
ตามเส้นทาง แห่งฝัน แต่ละคน


รุ่งอรุณ ต้อนรับ ทุกสรรพสิ่ง
มอบอุ่นอิง คลายหนาว จากสายฝน
มอบพลัง แห่งความสุข ทุกชั้นชน
ให้เริ่มต้น ลุกตื่น ฟื้นกำลัง


เพียงรอบข้าง เคลื่อนไหว อย่างอิสระ
จึงปลดปล่อย ภาระ ความสิ้นหวัง
เป็นของขวัญ จากฟ้า มาประทัง
ให้ชีพยัง ยืนหยัด อย่างหยัดยืน


เมื่อตะวัน ลาลับ ตรงขอบฟ้า
โลกกลับมา หนาวเย็น เช่นวันอื่น
ทุกสรรพสิ่ง แปรสภาพ เริ่มกลับคืน
สู่ห้วงภวังค์ เพื่อรอตื่น ขึ้นอีกครั้ง...





edit @ 2007/01/12 00:03:12

!!! มันยอมกูเอง !!!

posted on 17 Feb 2007 22:47 by kuza  in Poem-of-Life





!!! มันยอมกูเอง !!!


เมื่อยอดหญ้าถูกย่ำจนช้ำชอก
ดวงไม้ดอกถูกเด็ดดมจนขมขื่น
รากไม้เน่าเปื่อยตมหมักหมมชื้น
มิสามารถหยัดยืนอยู่เติบโต

“กูจะเอา กูอยากได้ กูไม่สน
กูจึงหลอกเปรอปรนคนเง่าโง่
กูยอมเสียเงินร้อยพลอยคนโซ
เป็นลูกโซ่เพื่อสร้างทางสู่เงิน

ใครจะว่า ใครจะประท้วงไล่
ไม่ใส่ใจกูยังมีคนสรรเสริญ
กูหน้าด้าน กูไม่รู้ กูจะเมิน
ที่กูเดินบนหลังคน...มันทนเอง

กูไม่ได้ใช้คำบังคับขู่
กูไม่ได้ต่อสู้หรือข่มเหง
กูแค่ใช้เพลงเงินตรามาบรรเลง
ให้มันเกรงในศักดิ์อำนาจกู

มึงจะมาไล่กูได้อย่างไร
หากรากหญ้ายากไร้ยังมีอยู่
หากพวกมันยังต้องการเงินพรั่งพรู
มึงจะมาเป็นศัตรูกูทำไม

ที่ยอดหญ้าชอกช้ำเพราะอยากช้ำ
ที่ดอกไม้โดนย่ำ....มันยอมได้
กูก็แค่โปรยเศษเงินให้มันไป
เพื่อเอาไว้หมักหมมเป็นตมโคลน


อาลัย...ไอทีวี

posted on 07 Mar 2007 00:34 by kuza  in Poem-of-Life






อาลัย...ไอทีวี


ฟ้าลั่นฟ้าสนั่นครึ้ม.....................เมฆรวน
พายุเศรษฐกิจผันผวน.................กร่างเศร้า
กระทบสื่อแห่งมวล-..................ชนเอนกอนันต์แฮ
จึ่งฤทธิ์เงินซาบเข้า......................โกฏิล้านปรับมิพอ

มติ ค.ร.ม. ประกาศก้อง..............ไอทีวีเฮย
ต้องปิดเพื่อรอคดี.........................ยกฟ้อง
หยุดแพร่ทางทีวี...........................สักชั่วคราวนา
ต่างพนักงานร่ำร้อง......................เนื่องไร้กรุณา

ประชาชนทุกผู้..............................นามไผท
ฟังข่าวต่างมิพอใจ.........................มติแพ้
กราดเกรี้ยวกู่ก้องไกล....................ทั่วภพไทยนอ
ทวงกลับประชาเสรีแท้..................ใช่แม้นของใคร

ไอทีวีจักต้อง..................................หยัดอยู่
ไทยเถิดช่วยรวมพลังสู้..................ประกาศกล้า
เอาสื่อแห่งมวลหมู่........................ประชาชาติกลับคืน
เคียงคู่ประชาไทยทั่วหล้า..............อย่าให้สลายสูญ